น.1 รองนพศิลป์ ผู้การเก่ง ร่วม ตร.บก.น.6เปิดยุทธการ “ล้างบาง BADBOY 2025” ค้น 19 จุด 10 เป้า

น.1 รองนพศิลป์ ผู้การเก่ง ร่วม ตร.บก.น.6เปิดยุทธการ “ล้างบาง BADBOY 2025” ค้น 19 จุด 10 เป้า

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 29 ม.ค.68 ที่ผ่านมา เกิดเหตุคนร้ายจำนวน 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ โดยผู้ขับขี่สวมเสื้อสีดำแขนยาว สวมหมวกกันน็อคเต็มใบ กางเกงขายาว รองเท้าผ้าใบหุ้มส้น และคนซ้อนท้าย สวมเสื้อสีดำแขนยาว สวมหมวกกันน็อคเต็มใบ กางเกงขายาว และสวมรองเท้าผ้าใบหุ้มส้น ซึ่งคนซ้อนท้ายใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิง นายนราวิชญ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 19 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยดังย่านปทุมวันจนได้รับบาดเจ็บ ริมถนนพญาไท ใกล้แยกปทุมวัน ก่อนนำส่งโรงพยาบาลตำรวจนั้นล่าสุดวันที่ 5 มี.ค.68 พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. สั่งการ พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. และ พล.ต.ต.สามารถ พรหมชาติ ผบก.น.6 ร่วมกันสนธิกำลัง สืบนครบาล สืบสวนนครบาล 6 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เปิดปฏิบัติการ “ยุทธการฟ้างสางล้างบางแบดบอย 2025“ ปูพรมค้นตรวจค้น 19 จุด 10 เป้าหมาย ทั่วกรุงเทพมหานคร และปริมณฑลติดตามจับกุมตัวผู้กระทำความผิดได้ทั้งสิ้น 10 ราย ดังนี้

1.นายธนพล หรือ จี้ ทำหน้าที่ มือยิง

2.นายเกียรติศักดิ์ หรือ โต ทำหน้าที่คนขับขี่รถจักรยานยนต์คันก่อเหตุ

3.นายอาดิล หรือ ดิ้ล ทำหน้าที่คนชี้เป้าและติดต่อซื้อรถจักรยานยนต์คันก่อเหตุ

4.นายภัทรวรรธน์ หรือ บอล ทำหน้าที่ คนชี้เป้า

5.นายกรกนก หรือ หยก ทำหน้าที่ พามือปืนหลบหนีและติดต่อซื้อรถจักรยานยนต์คันก่อเหตุ

6.นายธีรยุทธ หรือ ปอนด์ ทำหน้าที่ ซุกซ่อนรถจักรยานยนต์คันก่อเหตุ

7.นายกิจชนะ หรือ บูม ทำหน้าที่ ซุกซ่อนรถจักรยานยนต์คันก่อเหตุ

8.นายปฏิพัทธ์ หรือ นิว ทำหน้าที่ ซุกซ่อนรถจักรยานยนต์คันก่อเหตุ

9.นายอัษฎาวุธ หรือ เวฟ ทำหน้าที่ ซุกซ่อนรถจักรยานยนต์คันก่อเหตุ

10.นายพีรพัฒน์ หรือ กาย ทำหน้าที่ โอนเงินซื้อรถจักรยานยนต์คันก่อเหตุ

ตรวจยึดของกลาง 7 รายการ

1.รถจักรยานยนต์ Yamaha Filano สีเขียว จำนวน 1 คัน (พาคนร้ายไปเตรียมรถจักรยานยนต์คันก่อเหตุ)

2.รถจักรยานยนต์ Honda Wave 110i สีเทา-น้ำเงิน จำนวน 1 คัน (คนชี้เป้าขับขี่)

3.รถจักรยานยนต์ Honda Wave 110i สีเทา-ดำ จำนวน 1 คัน (คนชี้เป้าขับขี่)

4.รถจักรยานยนต์ Honda Wave 110i สีขาว จำนวน 1 คัน (คนชี้เป้าขับขี่)

5.รถยนต์กระบะ ISUZU ตู้ทึบ สีขาว จำนวน 1 คัน (นำรถจักรยานยนต์ไปเตรียมก่อนก่อเหตุ)

6.รถยนต์เก๋ง MAZDA 2 สีฟ้า จำนวน 1 คัน (พาคนร้ายหลบหนี)

7.รถยนต์กระบะ ISUZU มีหลังคาลูกกรง จำนวน 1 คัน (นำรถจักรยานยนต์ไปซุกซ่อนหลังเกิดเหตุ)จากแนวทางการสืบสวนพบว่า กลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงนายนราวิชญ์ นั้นได้เคยมีมาก่อเหตุก่อนหน้าเมื่อวันที่ 28 ม.ค. ที่ผ่านมา แต่ก่อเหตุไม่สำเร็จจึงได้กลับไป ก่อนที่จะมาก่อเหตุซ้ำอีกครั้ง ซึ่งจากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดใต้สะพานหัวช้าง พบคนร้าย 2 คน มาจอดรถรอเพื่อที่จะก่อเหตุ และยังพบว่า คนยิง (คนซ้อน) ยังได้มีการพูดคุยโทรศัพท์อยู่ตลอดเวลา ในขณะที่ดักซุ่มรอนั้น กลุ่มนักศึกษาต่างสถาบันเดินออกจากมหาวิทยาลัยฯ ก่อนที่มือยิงจะก่อเหตุยิงจึงเชื่อมีอีกกลุ่มคอยส่งสัญญาณผ่านทางโทรศัพท์เพื่อให้ก่อเหตุได้อย่างแม่นยำ และรู้เวลาออกของผู้เสียหายซึ่งเป็นคู่อริเพื่อลงมือทันที นอกจากนี้ยังพบว่า นายอาดิล และ นายภัทรวรรธน์ ทำหน้าที่ชี้เป้าและเป็นคนส่งสัญญาณให้กับมือยิง – มือขับ ขับออกมาจากจุดที่หลบซ่อนก่อนใช้อาวุธปืนในเวลาต่อมา ก่อนที่จะตรวจสอบพบว่ารถจักรยานยนต์ที่ใช้ในวันก่อเหตุก็คือของนายอาดิลเช่นกัน ซึ่งภายหลังก่อเหตุเสร็จ ผู้ขับขี่ก็จะนำรถมาจอดที่บริเวณชานชลาสถานีรถไฟหัวหมาก ระหว่างที่จอดอยู่นั้นมีรถจักรยานยนต์อีกคันหนึ่ง ขับขี่เข้ามาหา ลักษณะพูดคุยกัน ก่อนนายอาดิล จะแยกย้าย กลับบ้านที่ ถ.รามคำแหง 24จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่า นายอาดิล , นายกรกนก , นายพีรพัฒน์ ได้มีการร่วมกันวางแผนตระเตรียมการเรื่องรถจักรยานยนต์คันที่จะใช้ก่อเหตุ ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมกราคม โดยมีนายอาดิลติดต่อหารถจักรยานยนต์ จึงได้โอนเงินต่อให้นายอาดิล จากนั้นนายอาดิลและนายกรกนก จึงกดเงินสดจำนวน 15,000 บาท นำไปซื้อรถจักรยานยนต์ เมื่อวันที่ 22 มกราคม โดยทั้งหมดเป็นนักศึกษาต่างสถาบันที่เป็นสถาบันคู่อริกับผู้ที่ได้รับบาดเจ็อย่างไรก็ตามจากแนวทางการสืบสวนพบว่ามีผู้ร่วมกระบวนการดังกล่าวเป็นจำนวนมาก และมีการเตรียมการเป็นอย่างดีไม่ว่าจะการเคลื่อนย้ายรถที่ใช้ในการก่อเหตุ และการดูลาดเลาเส้นทางการหลบหนี เพื่อให้พ้นจากการจับกุม ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งหมด จำนวน 10 ราย และ ทำการจับกุมตัวครบทั้ง 10 ราย เพื่อมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป โดยกลุ่มผู้ต้องหามีวางแผนกันตระเตรียมการ แบ่งหน้าที่กันทำ เพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามตามตัวได้ เสมือนเป็นองค์กรอาชญากรรมอย่างหนึ่ง

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *