
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) สกัดจับบิ๊กล็อต ยาบ้ากว่า 2.1 ล้านเม็ดและยาไอซ์ 26 กิโลกรัม ซุกใต้กองกระเทียม มูลค่ารวมกันกว่า 200 ล้านบาท
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต. โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล., พ.ต.อ.สุขสวัสดิ์ คูสิทธิผล รอง ผบก.ทล., พ.ต.อ.ธัช โพธิ์สุวรรณ ผกก.1 บก.ทล., พ.ต.ท.สุเจต บุญคง , พ.ต.ท.ศิวกริช ดิษย์บุญรัตน์ รอง ผกก.1 บก.ทล. ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ส.ทล.6 กก.1 บก.ทล.(สิงห์บุรี) นำโดย พ.ต.ท.โจ เสาร์ประโคน สว.ส.ทล.6 กก.1 บก.ทล., ร.ต.อ.ณัฐกิตติ์ มีมาก รอง สว.ส.ทล.6 กก.1 บก.ทล., ร.ต.ต.หิรัญ อำภา, ร.ต.ต.สมหมาย เทศน้อย รอง สว.(ป) ส.ทล.6 กก.1 บก.ทล.,ด.ต.อภิสิทธิ์ สุขโทน, ด.ต.วิทยา ขนานใต้, ด.ต.พิชยะ นามคันโท, ด.ต.ขวัญประเทศ ทองคลัง, จ.ส.ต.เทวา อ่อนบุตร, จ.ส.ต.ชัชสร นิลกำแหง, จ.ต.อ.กิติพงษ์ ทองอินทร์, ส.ต.อ.ธีรพงศ์ เผ่าเหลืองทอง และ ส.ต.อ.ธวัชชัย แจ้งวิสุทธิ์ ผบ.หมู่ ส.ทล.6 กก.1 บก.ทล.ร่วมกันจับกุม นายธีรวัฒน์ฯ อายุ 42 ปี โดยกล่าวหาว่า “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในหมู่ประชาชน และทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป”พร้อมด้วยของกลาง1. ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ลักษณะเป็นเม็ดกลมแบนสีส้ม ด้านหนึ่งมีตราสัญลักษณ์ WY อีกด้านหนึ่งเรียบ บรรจุอยู่ในซองพลาสติกทึบแสงสีน้ำเงิน มีที่รูดปิด-เปิดบริเวณปากซอง ซองละประมาณ 200 เม็ด รวมเป็นมัด มัดละ 10 ซอง (ประมาณ 2,000 เม็ด) รวมเป็นก้อน ก้อนละประมาณ 10,000 เม็ด และรวมเป็นแพ็ค แพ็คละประมาณ 100,000 เม็ด ห่อหุ้มด้วยกระดาษสาสีขาวชุบเทียนไขประทับตราสัญลักษณ์ ตัวเลข 999 สีน้ำเงิน จำนวน 21 เแพ็ค (รวมจำนวนประมาณ 2,194,000 เม็ด)2. ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาไอซ์) ลักษณะเป็นเกล็ดใส บรรจุอยู่ในห่อพลาสติกทึบแสงสีเขียว(ถุงชาจีน) จำนวน 26 แพ็ค (จำนวน 26 กิโลกรัม)3. รถยนต์กระบะ ยี่ห้อ อีซูซุ รุ่น ดีแมก สีเทา จำนวน 1 คัน4. โทรศัพท์เคลื่อนที่สีดำ จำนวน 1 เครื่องสถานที่จับกุม บริเวณถนนทางหลวงหมายเลข 32 กม.131-132 (ขาเข้า กทม.) บริเวณ ต่างระดับชัยนาท ต.เสือโฮก อ.เมือง จ.ชัยนาท เมื่อวันที่ 15 ก.พ.2569 เวลาประมาณ 09.40 น.พฤติการณ์ ก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับแจ้งว่าจะมีรถยนต์ขนย้ายยาเสพติดผ่านมาบริเวณ ต.อู่ตะเภา อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ใช้รถยนต์ตรวจการณ์ออกตรวจพื้นที่ดังกล่าว เมื่อออกตรวจมาถึงบริเวณถนนทางหลวงหมายเลข 32 กม.131-132(ขาเข้า) บริเวณ ต่างระดับชัยนาท ต.เสือโฮก อ.เมือง จ.ชัยนาท ได้พบรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ยี่ห้อ อีซูซุ สีเทา ทะเบียน กำแพงเพชร ลักษณะมีการต่อเติมโครงเหล็ก(คอก)และใช้ผ้าใบคลุมปิดบังอำพรางสิ่งของที่บรรทุกมา ตรงตามข้อมูลที่สายลับแจ้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้เปิดสัญญาณไฟวับวาบพร้อมทั้งพูดผ่านเครื่องขยายเสียงให้หยุดรถ เพื่อขอตรวจสอบ เมื่อรถคันดังกล่าวหยุดแล้ว จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและแสดงความบริสุทธิ์ใจเพื่อขอทำการตรวจสอบ พบ นายธีรวัฒน์ฯ อายุ 42 ปี แสดงตนเป็นผู้ขับขี่ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสังเกตอาการ นายธีรวัฒน์ฯ แสดงท่าทีลุกลี้ลุกลนมีพิรุธน่าสงสัยจากการสอบถาม นายธีรวัฒน์ฯ ว่าขนสิ่งของใดมา นายธีรวัฒน์ฯ ให้การว่าได้ขนกระเทียม มาจากจ.สุโขทัย แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจาก นายธีรวัฒน์ฯ แสดงท่าทางมีพิรุธ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้เชิญตัวนายธีรวัฒน์ฯ พร้อมกับนำรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ยี่ห้อ อีซูซุ สีเทา มายังหน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงชัยนาท ต.อู่ตะเภา อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท เพื่อขอทำการตรวจสอบสิ่งของที่อยู่ภายในกระบะรถคันดังกล่าวอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ทำการเปิดผ้าใบคลุมท้ายกระบะออกและนำกองกระเทียมลงจากรถ พบกระสอบสีเขียวและกระเป๋าสะพายหลังสีเขียวซุกซ่อนอยู่ภายใต้กองกระเทียม เมื่อเปิดภายในกระสอบสีเขียวและกระเป๋าสะพายหลังสีเขียวพบว่าเป็น ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) ประมาณ 2,194,000 เม็ดและยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาไอซ์) ลักษณะเป็นเกล็ดใส บรรจุอยู่ในห่อพลาสติกทึบแสงสีเขียว(ถุงชาจีน) จำนวน 26 แพ็ค (จำนวน 26 กิโลกรัม) เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ต้องหาทราบว่า “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้อนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป” ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ควบคุมตัว นายธีรวัฒน์ฯ และดำเนินการทำบันทึกจับกุมและบันทึกอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องและตรวจนับยาเสพติดของกลางอย่างละเอียดอีกครั้งจากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้สอบถาม นายธีรวัฒน์ฯ ซึ่งได้ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การซัดทอดถึงขบวนการค้ายาเสพติดว่า เมื่อวันที่ 14 ก.พ. 69 เวลา 21.00 น. ได้ขับขี่รถยนต์ของกลางออกจากบ้านพักไปยัง อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย เพื่อส่งมอบรถให้ชายไทยไม่ทราบชื่อและมีผ้าคลุมปิดบังใบหน้า นำไปบรรทุกยาเสพติด โดยติดต่อผ่านทางโทรศัพท์ (ไม่ทราบชื่อ) และติดต่อผ่านแอปพลิเคชั่นไลน์ ใช้ชื่อ GR ต่อมาเวลา 01.00 น. ของวันที่ 15 ก.พ. 69 นายธีรวัฒน์ฯ ได้กลับมารับรถยนต์ที่บรรทุกยาเสพติดเรียบร้อยแล้ว เพื่อลำเลียงไปส่งยังปลายทางบริเวณตลาดไท จ.ปทุมธานี โดยใช้เส้นทางหลบเลี่ยงจุดตรวจของเจ้าหน้าที่ โดยได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินจำนวน 200,000 บาท ซึ่งจะได้รับเมื่อทำงานเสร็จสิ้น เจ้าพนักงานชุดจับกุมจึงได้จัดทำบันทึกการจับกุม บันทึกการตรวจยึด และเอกสารที่เกี่ยวข้อง พร้อมควบคุมตัวผู้ต้องหาและของกลาง นำส่ง กองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและขยายผลติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการต่อไปจากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ถูกจับกุมให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ขอฝากความห่วงใยและแจ้งเตือนไปยังผู้ที่กำลังหลงผิดหรือคิดจะลักลอบขนส่งสิ่งผิดกฎหมาย ขอให้ท่านทบทวนการกระทำและคำนึงถึงผลกระทบที่จะตามมาอย่างรอบคอบ ปัจจุบันเจ้าหน้าที่ตำรวจมีมาตรการตรวจสอบที่รัดกุมและต่อเนื่อง ควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีทันสมัยที่สามารถตรวจพบสิ่งซุกซ่อนได้อย่างละเอียดแม่นยำ การอำพรางด้วยวิธีการต่างๆ จึงไม่สามารถรอดพ้นสายตาเจ้าหน้าที่ได้ และเมื่อถูกจับกุม ท่านจะต้องเผชิญกับกระบวนการทางกฎหมายที่เข้มงวด ซึ่งหมายถึงการสูญเสียอิสรภาพและโอกาสในชีวิตไปอย่างน่าเสียดาย จึงขอให้ท่านยุติการกระทำดังกล่าวเสียแต่เนิ่นๆ เพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียต่อตัวท่านเองและครอบครัวในภายหลังสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม พ.ต.ท.โจ เสาร์ประโคน สว.ส.ทล.6 กก.1 บก.ทล. โทร.081-171-8979





