
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) รวบสาวแสบ หลอกให้โอนเงินอ้างว่าเป็นค่าภาษีพัสดุที่ส่งมาจากต่างประเทศ ผู้เสียหายหลงเชื่อ สูญเงินไป หลายแสนบาท
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก.พล., ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุปผาสุวรรณ ผบก.ป., พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์ รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.วิระชาญ ขุนไชยแก้ว รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.ธนวัฒน์ หิ้นยกฮิ่น ผกก.5 บก.ป., พ.ต.ท.สิทธิเกียรติ ศรีจันทร์,พ.ต.ท.ศิลป์ชัย ถวัลย์ภิญโย, พ.ต.ท.วาทิต จิตรจันทึก,พ.ต.ท.ศรัณย์ ศรีพักตร์, พ.ต.ท.พิทยา ธนาวุฒิ รอง ผกก.5 บก.ป.เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.กิตติบดินทร์ กิมเซียะ สว.กก.5 บก.ป., ร.ต.อ.สมเกียรติ อิทธิสาร รอง สว.(ป) กก.5 บก.ป., ร.ต.ท.เรวัฒน์ ห้วยหงส์ทอง รอง สว.(ป) กก.5 บก.ป., ร.ต.ต.สราวุธ ศิริพยาบาล รอง สว.(อก.) กก.5 บก.ป., ด.ต.ศุภกรบุญมาก ผบ.หมู่ กก.5 บก.ปร่วมกันจับกุมตัว น.ส.สุพรรณษาฯ อายุ 20 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสุพรรณบุรี ที่ จ.402/2568 ลงวันที่ 17 ธันวาคม 2569 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกง, โดยทุจริตหรือโดนหลอกลวง ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้เงินบัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง ทั้งนี้โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด”สถานที่จับกุม บริเวณหน้าบ้านหลังหนึ่ง ม.5 ต.คลองใหญ่ อ.องครักษ์ จ.นครนายกพฤติการณ์ เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2568 เวลา 10.00 น. น.ส.สุนทรีย์ฯ ผู้กล่าวหา ได้มาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรีเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2566 เวลาประมาณ 19.00 น. ผู้กล่าวหา ได้ทำการเล่น Facebook อยู่ ปรากฏว่ามีคนร้ายทักข้อความใน Messenger มาหาผู้กล่าวหา ซึ่งได้คุยกับผู้กล่าวหาถามประวัติเกี่ยวกับตัวผู้กล่าวหาโดยคนร้ายคุยกับผู้กล่าวหาบอกว่าจะได้เลื่อนตำแหน่งและจะได้โบนัส และจะส่งเงิน เป็นพัสดุมาให้กับผู้กล่าวหาโดยส่งรูปภาพ ขณะส่งพัสดุมาให้ผู้กล่าวหา ดู และต่อมาวันที่ 19 พฤศจิกายน 2566 เวลาประมาณ 07.30 น. ได้มีเบอร์โทรศัพท์ โทรเข้ามาหาผู้กล่าวหา โดยบอกว่าเป็นขนส่ง และมีพัสดุส่งมาเป็นชื่อผู้กล่าวหา และจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมพัสดุเป็นเงินจำนวน 25,000 บาท แต่ผู้กล่าวหาก็ยังไม่ได้จ่าย ต่อมาวันที่ 15 ธันวาคม 2566 เวลากลางวัน ผู้กล่าวหาบอกว่ามีเงินแค่ 5,000 บาท ผู้กล่าวหาจึงได้โอนเงินจากบัญชีผู้กล่าวหา ครั้งที่ 1 บัญชี ธนาคารชื่อบัญชี น.ส.สุนทรีย์ฯ ไปยัง บัญชี ธนาคาร ชื่อบัญชี นายชลธวัฒน์ฯ จำนวนเงิน 5,000 บาท หลังจากโอนเสร็จแล้ว คนร้ายบอกว่าต้องโอนให้ครบ 25,000 บาท ถึงจะนำพัสดุออกมาให้กับผู้กล่าวหาได้ ต่อมาวันที่ 18 ธันวาคม 2566 เวลากลางวัน ผู้กล่าวหาจึงได้โอนเงิน ครั้งที่ 2 จากบัญชีผู้กล่าวหา ชื่อบัญชี นายชลธวัฒน์ฯ จำนวน 20,000 บาท รวมเป็น 25,000 บาท หลังจากผู้กล่าวหาโอนครบจำนวนดังกล่าว คนร้ายได้โทรมาหาผู้กล่าวหา บอกว่าพัสดุยังไม่สามารถออกมาส่งได้ เนื่องจากกรมศุลกากรได้แสกนกล่องพัสดุแล้วพบว่าเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐ จะต้องเสียค่าภาษีเพิ่มอีก 114,000 บาท ต่อมาเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2566 เวลากลางวัน ผู้กล่าวหาจึงได้โอนเงิน ครั้งที่ 3 ไปยัง บัญชี น.ส.พลอยไพลินฯ จำนวนเงิน 114,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งหมด ที่ผู้กล่าวหาโอนเงินไป จำนวน 3 ครั้ง 139,000 บาท หลังจากที่ผู้กล่าวหา โอนเงินไปครบตามจำนวนที่คนร้ายอ้างแล้ว ต่อมาวันที่ 21 ธันวาคม 2566 เวลากลางวัน คนร้ายได้โทรมาหาผู้กล่าวหา บอกว่าพัสดุยังไม่สามารถออกมาส่งได้ เนื่องจากกรมศุลกากรเรียกค่าประกันสินค้า เป็นเงินจำนวน 266,000 บาท ผู้กล่าวหา จึงโอนเงิน ครั้งที่ 1 ไปยังชื่อบัญชี สุพรรณษาฯ จำนวนเงิน 100,000 บาท ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2566 ไปยัง บัญชี ของ สุพรรณษาฯ จำนวน 100,000 บาท ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2566 ไปยัง ชื่อบัญชี สุพรรณษาฯ จำนวนเงิน 66,000 บาท รวมเป็นเงินจำนวน 266,000 บาท ต่อมาคนร้ายอ้างว่าต้องทำใบรับรองตั๋วเงินดังกล่าวถึงจะนำพัสดุออกมาได้ โดยจะให้เสียค่าตั๋วเงิน เป็นเงินจำนวน 570,000 บาทผู้กล่าวหา จึงทราบว่าโดนหลอกลวงจึงได้เดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ดำเนินคดีกับคนร้ายให้รับโทษตามกฎหมายให้ถึงที่สุดก่อนทำการจับกุมเจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุม ได้ทำการสืบสวนหาข่าวประกอบกับได้รับแจ้งข้อมูลจากสายลับว่า น.ส.สุพรรณษาฯ ผู้ต้องหาได้ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์มาที่บ้านหลังหนึ่ง ตามสถานที่จับกุมดังกล่าวฯ จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และได้เดินทางไปตรวจสอบตาม สถานที่ที่ได้รับแจ้ง เมื่อเดินทางมาถึงบริเวณสถานที่จับกุมได้พบหญิง ชาวไทยซึ่งมีตำหนิรูปพรรณตรงตามหมายจับข้างต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้เข้าแสดงตัวและได้สอบถามข้อมูลเบื้องต้นจนทราบว่าคือ น.ส.สุพรรณษาฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับดังกล่าวข้างต้น จากนั้นจึงได้แสดงหมายจับให้ดูโดยอ่านให้ฟังและให้อ่านด้วยตนเองจนเป็นที่พอใจแล้ว ยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับดังกล่าวข้างต้นจริงและยังไม่เคยถูกจับกุมในคดีนี้มาก่อน เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จึงแจ้งให้ น.ส.สุพรรณษาฯ ทราบว่าจะต้องถูกจับพร้อมแจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับดังกล่าว และแจ้งสิทธิของผู้ต้องหาให้ทราบ จากนั้นจึงควบคุมตัวผู้ต้องหามาจัดทำบันทึกการจับกุม ที่ สภ.องครักษ์ จ.นครนายก ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.อู่ทองเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปสอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การปฏิเสธตลอดทุกข้อกล่าวหาเตือนภัย อย่าเชื่อ อย่าโอน อย่ากดลิงก์เด็ดขาด ตรวจสอบข้อมูลก่อนทำธุรการเสมอช่องทางการติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ด.ต.ศุภกร บุญมาก ผบ.หมู่ กก.5 บก.ป. โทร.092-5989253 “การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชนให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้างทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุดดังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น”





