ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) สกัดจับแรงงานต่างด้าวขนเพื่อนร่วมชาติเข้าไทย จำนวน 14 ราย ปลายทางมุ่งหน้า กทม

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) สกัดจับแรงงานต่างด้าวขนเพื่อนร่วมชาติเข้าไทย จำนวน 14 ราย

ปลายทางมุ่งหน้า กทม. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก.,พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล., พ.ต.อ.สุขสวัสดิ์ คูสิทธิผล รอง ผบก.ทล.,พ.ต.อ.ธัช โพธิ์สุวรรณ ผกก.1 บก.,พ.ต.ท.สุเจต บุญคง รอง ผกก.1 บก.ทล. พร้อมด้วยพ.ต.ท.เอกฤทธิ์ พหลเวชช์ รอง ผกก.ตม.พระนครศรีอยุธยา, พ.ต.ท.สุเจต บุญคง รอง ผกก.1 บก.ทล.สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล.(อยุธยา) นำโดย พ.ต.ท.ศุภกร ตังคะประเสริฐ สวญ.ส.ทล.1กก.1 บก.ทล., พ.ต.ท.กิตติภพ ทองเพชร สว.ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล., ร.ต.อ.เชาวลิต สีดำ, ร.ต.อ.คมสันติ์ วรทรัพย์ รอง สว.ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล., ด.ต.สุทัศ ศรีอินหงค์ ผบ.หมู่ ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม.จว.พระนครศรีอยุธยา นำโดย ร.ต.ท.อรชุน วรธนากร, รอง สว.(สส.) ตม.จว.พระนครศรีอยุธยา, ด.ต.นันทพัทธ์ บุญช่วย,ด.ต.นครินทร์ บำรุงภักดี ผบ.หมู่ ตม.จว.พระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปทส. นำโดย พ.ต.ต.บัญชา ศรีตัญญู สว.กก.2 บก.ปทส.,ร.ต.ท.วัฒนา เสรีลัดดานนท์, ร.ต.ต.ศักดา สถานพงษ์,ร.ต.ต.สินธ์ สุขทอง รอง (ป.)กก.2 บก.ปทส. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.สส.สตม. นำโดย ร.ต.อ.วิจารย์ แก้ววิเศษรอง สว.กก.1 บก.สส.สตม.,ว่าที่ ร.ต.ท.ชูศักดิ์ ภู่อุ่น รอง สว.(สส) กก.1 บก สส. สตม.,จ.ส.ต.กฤษดา อนันทสุข,จ.ส.ต.ธชาทัช พบศิลา ผบ.หมู่กก.1 บก.สส.สตม. ร่วมกันทำการจับกุม1.นายละพี่ฮุย อายุ 23 ปี สัญชาติ เมียนมา 2.นาย เลเทะ อายุ 29 ปี สัญชาติ เมียนมา3.นาย ซอมิวปะอายุ 18 ปี สัญชาติ เมียนมา4.นาย เลพิวอ่องอายุ 25 ปีสัญชาติ เมียนมา5.นาย พูเจอายุ 37 ปีสัญชาติ เมียนมา6.นาย เลยาอู อายุ 23 ปีสัญชาติ เมียนมา7.นาย ซาเว่ยอายุ 34 ปีสัญชาติ เมียนมา8.นาย ชีรีโซอายุ 28 ปีสัญชาติ เมียนมา9.นาย เยียวจีอายุ 29 ปีสัญชาติ เมียนมา10.นาย วุยเรียนนา อายุ 21 ปีสัญชาติ เมียนมาและมีผู้ติดตามชาย ชื่อ เรเรนา อายุ 15 ปี 11.นาย ยูเยียงตา อายุ 18 ปีสัญชาติ เมียนมา12.นาย แตอ่อง อายุ 24 ปีสัญชาติ เมียนมา13.นาย เอียงทะอ่อง อายุ 20 ปีสัญชาติ เมียนมา14.นางสาวนาอีไข่ อายุ 21 ปีสัญชาติ เมียนมา ผู้ต้องหาที่ 1 ถูกจับกุมในความผิดฐาน “รู้ว่าคนต่างด้าวคนใดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม”ผู้ถูกจับที่ 2 – 14 “เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” พร้อมยึดของกลาง1. รถยนต์นั่งสามตอน ยี่ห้อ TOYOTA จำนวน 1 คัน (ผู้ต้องหาที่ 1 แสดงตนเป็นผู้ขับขี่)2. โทรศัพท์ยี่ห้อ IQOO จำนวน 1 เครื่อง (ของผู้ต้องหาที่ 1)3. โทรศัพท์ยี่ห้อ VIVO จำนวน 1 เครื่อง (ของผู้ต้องหาที่ 2)4. กุญแจรถยนต์ จำนวน 1 ดอก สถานที่จับกุม บริเวณ กม.28-29 ถนนบางบัวทอง-สุพรรณบุรี (ขาเข้า)ทล.340 ตำบลสามเมืองอำเภอลาดบัวหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พฤติการณ์ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้มีการกวดขันจับกุมแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายและผู้นำพาในเส้นทางพื้นที่ภาคกลางจึงได้สืบสวนในพื้นที่และจากการสืบทราบว่าจะมีการขนแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพมหานคร จึงเฝ้าระวัง จนกระทั่งพบรถยนต์นั่งสามตอน ยี่ห้อ TOYOTA สีเทา ติดแผ่นป้ายทะเบียน กรุงเทพมหานคร ขับขี่ผ่านมามีลักษณะรถที่มีน้ำหนักมากกว่ารถยนต์ปกติและติดฟิล์มมืดทึบมีเหตุอันควรต้องสงสัย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งสัญญาณไฟกระพริบและใช้สัญญาณเสียงออกคำสั่งเรียกรถคันดังกล่าวให้หยุด เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมขอทำการตรวจสอบพร้อมกับได้แสดงความบริสุทธิ์ใจจนเป็นที่พอใจแล้ว เบื้องต้นสอบถามชื่อ นายละพี่ฮุย อายุ 23 ปี สัญชาติ เมียนมา แสดงตนเป็นผู้ขับขี่ จากนั้นเจ้าหน้าที่พบเห็นบุคคลโดยสารภายในรถยนต์คันดังกล่าวพบว่าเป็นแรงงานต่างจำนวน 14 คน เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมขอตรวจสอบหนังสือเดินทางหรือเอกสารอื่นใดที่ใช้แทนหนังสือเดินทาง เบื้องต้นเป็นคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางแต่อย่างใดมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงแจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกจับกุมทั้งหมดทราบ ก่อนควบคุมตัวพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ลาดบัวหลวง ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา ดำเนินการตามกฎหมายต่อไปจากการสอบถามผู้ต้องหาที่ 1 ให้การยอมรับว่า วันที่ 7 เมษายน 2569 ตนได้รับการประสานงานจากเพื่อนชาวเมียนมาชื่อชิด (ไม่ทราบชื่อ-นาสกุลกุลจริง) ผ่าน Messenger ให้ไปรับคนแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง จำนวน 14 คน ในพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ เพื่อไปส่งปลายทาง กรุงเทพฯ และปริมณฑลโดยได้ค่าจ้าง 500 บาทต่อการขนคนต่างด้าว 1 คน และตนทราบดีอยู่แล้วว่าแรงงานต่างด้าวไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารแทนหนังสือเดินทางใดๆ และยินยอมที่จะมีส่วนร่วมในการนำพามาส่งที่ปลายทางโดยกระทำแบบนี้มาแล้วหลายครั้ง จนกระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงเรียกตรวจสอบจากการสอบถามผู้ถูกจับที่ 2 – 14 ให้การยอมรับว่าผ่านล่ามแปลภาษาเมียนมาได้ลักลอบนั่งเรือจากฝั่งเมียนมาและเดินเข้ามาในช่องทางธรรมชาติ อ.แม่สอด จ.ตาก เพื่อจะเดินทางเข้ามาหางานทำงานในประเทศไทย โดยชาวเมียนมาเสียค่าใช้จ่ายให้กับนายหน้าจำนวนเงินประมาณ 16,000 บาท สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ช่องทางการติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม พ.ต.ท.ศุภกร ตังคะประเสริฐ สวญ.ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล. 090-982-0586

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *