
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วมกับ ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ไล่ล่า “เกาจุ้น”มาเฟียจีนหัวหน้าแก๊งค้ามนุษย์ที่ทางการจีนต้องการตัวมานาน
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก.,พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป., พ.ต.อ.เผด็จ งามละม่อม, พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา, พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว รอง ผบก.ป., ว่าที่ พ.ต.อ.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ ผกก.1 บก.ป., พ.ต.ท.สมเดช สาระบรรณ์, พ.ต.ท.พชรเดช บุญฤทธิ์, พ.ต.ท.กฤษฎา พลายละหาร, พ.ต.ท.รัฐวิรุฬห์จันทสุบรรณ และ พ.ต.ท.ปภินวิทย์ อุดมพร รอง ผกก.1 บก.ป.สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) โดย กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ประสาธน์ เขมะประสิทธิ์ ผบก.ตม.1, พ.ต.อ.กีรติศักดิ์ ก้องเกียรติศิริ รอง ผบก.ตม 1, พ.ต.อ.พลสิทธิ์ สุทธิอาจผกก.สืบสวน บก.ตม.1 และ พ.ต.ท.พรชัย สุขเจริญ รอง ผกก.สืบสวน บก.ตม.1เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ป. นำโดย พ.ต.ท.เดชวุฒิ อุตรศาสตร์ สว.กก.1 บก.ป. และเจ้าหน้าที่กก.1 บก.ป.เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สืบสวน บก.ตม.1 นำโดย ว่าที่ พ.ต.ท.เจตน์ ยุทธโยธิน สว.กก.สืบสวน บก.ตม.1 และเจ้าหน้าที่ กก.สืบสวน บก.ตม.1ร่วมกันทำการตรวจสอบและดำเนินการกับ นายเกา (MR. Gao) อายุ 40 ปี สัญชาติ จีนการดำเนินการ “เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ที่ ตช.0029.25/1395 ลง 11 มิถุนายน 2569”สถานที่พบตัว โถงทางเดินบริเวณหน้าห้อง โรงแรมแห่งหนึ่ง ภายในซอยประชาราษฎร์บำเพ็ญ 1แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานครพฤติการณ์ คดีนี้สืบเนื่องมาจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจีนได้ดำเนินการสืบสวนคดีที่แก๊งอาชญากรรมกลุ่มหนึ่งได้ก่อเหตุในลักษณะเป็นขบวนการลักลอบพาคนข้ามพรมแดนโดยผิดกฎหมาย หลังพบตั้งแต่ปี 2567เป็นต้นมา เครือข่ายอาชญากรรมดังกล่าวมีการจัดหาหญิงชาวเมียนมากว่า 20 คน ลักลอบเดินทางเข้าประเทศจีนอย่างผิดกฎหมาย พร้อมจัดให้ชายชาวจีนอีกกว่า 20 คน เดินทางออกนอกประเทศไปยังนครย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมจัดหาคู่อย่างผิดกฎหมาย โดยใช้วิธีการปลอมเอกสารอ้างเหตุอันเป็นเท็จ เพื่อให้ได้วีซ่าธุรกิจในการลักลอบผ่านแดนต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจีนได้เปิดปฏิบัติการจับกุมผู้ต้องหาหลายรายในกลุ่มแก๊งอาชญากรรมดังกล่าว แต่ นายเกาฯ หนึ่งในแกนนำสำคัญของขบวนการที่ถูกดำเนินคดีในข้อหาลักลอบนำบุคคลข้ามพรมแดนโดยผิดกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ ตามกฎหมายจีน ได้หลบหนีจากประเทศจีนมากบดานที่ประเทศไทย ทางการจีนจึงส่งคำร้องขอให้ทางการไทยสืบสวนติดตามตัว นายเกา (MR. Gao) กลับมาดำเนินคดีที่จีนให้ได้โดยเร็ว ผ่านช่องทางการประสานงานความร่วมมือแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง (Mekong-Lancang Cooperation: MLC) ดำเนินการโดยศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC)จากนั้นศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) จึงได้มอบหมายสั่งการให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง โดยกองบังคับการปราบปราม ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 รับภารกิจในการล่าตัว นายเกา (MR. Gao) โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามซึ่งเป็นหน่วยที่มีความสามารถสูง สามารถแฝงตัวลงพื้นที่เพื่อสืบสวนข้อมูลภาคสนามในเชิงลึก ประกอบกับการใช้เทคโนโลยีการสืบสวนที่ทันสมัย จนสามารถระบุแหล่งกบดานของ นายเกา (MR. Gao) ได้ว่าหลบหนีมาซุกซ่อนตัวอยู่ที่ โรงแรมแห่งหนึ่ง ภายในซอยประชาราษฎร์บำเพ็ญ 1 แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร จึงได้ทำรายงานการสืบสวนแจ้งข้อมูลผ่านศูนย์ประสานงานฯไปยัง สตม. โดย บก.ตม.1 ที่มีความชำนาญในการสืบสวนคดีเกี่ยวกับชาวต่างชาติ เพื่อร่วมปฏิบัติการนอกจากนี้ ยังเป็นมาตรการ “ไม่ให้อยู่ V.2” ของ สตม. โดย บก.ตม.1 กล่าวคือ เป็นมาตรการที่ป้องกันไม่ให้อาชญากรข้ามชาติหลบหนีเข้ามาอยู่ในประเทศไทย โดยจะถูกผลักดันออกจากประเทศไปโดยเร็วซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า นายเกา (MR. Gao) มีประวัติการเดินทางเข้า-ออกราชอาณาจักรไทยกว่า 21 ครั้ง โดยครั้งล่าสุดที่หลบหนีมากบดานในครั้งนี้ นายเกา (MR. Gao) ได้แฝงตัวเข้าในในวีซ่านักท่องเที่ยว จากข้อมูลคดีที่ปรากฎในทางการสืบสวนถือว่า นายเกา (MR. Gao) เป็นผู้ร้ายสำคัญที่ทางการจีนต้องการตัว ทาง ผบก.ตม.1 จึงสั่งการให้เพิกถอนวีซ่า นายเกา (MR. Gao) โดยด่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง โดยกองบังคับการปราบปราม จึงได้ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 เปิดปฏิบัติการณ์เข้าชาร์จตัว นายเกา (MR. Gao) พร้อมได้นำหนังสือคำสั่งแจ้งเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรมาแสดงให้ นายเกา (MR. Gao) ทราบถึงการถูกเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรไทยเป็นการชั่วคราว ตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง จากนั้นได้ดำเนินการผลักดันออกนอกประเทศตามกฎหมายต่อไปคดีนี้นับเป็นความสำเร็จในการเพิกถอนวีซ่าเพื่อผลักดันอาชญากรที่หลบหนีคดีจากต่างประเทศมาใช้ประเทศไทยเป็นสถานที่ซุกซ่อนตัว ให้ออกไปจากประเทศไทย และถูกนำตัวไปดำเนินคดี ณ ประเทศต้นทาง ทั้งยังเป็นการประกาศความสำเร็จในความร่วมมือระดับภูมิภาคตามความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง (Mekong-Lancang Cooperation – MLC) รวมไปถึงระดับหน่วยปฏิบัติย่อย กก.สืบสวน บก.ตม.1 และ กก.1 บก.ป.ในการป้องกันอาชญากรรมข้ามชาติอย่างเข้มข้นในพื้นที่ กรุงเทพมหานครตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) “การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายเป็นภัยต่อสังคมและฝ่าฝืนกฎหมายเพื่อให้ประชาชนและผู้ประกอบการรู้เท่าทันและป้องกันตนเองจากอาชญากรข้ามชาติที่กระทำความผิดในต่างประเทศและหลบหนีแฝงตัวเป็นนักท่องเที่ยวเข้ามาพักอาศัยภายในประเทศไทย อาชญากรข้ามชาติมักใช้วีซ่าท่องเที่ยว เลือกพักในย่านธุรกิจ ย่านคนต่างชาติพักอาศัย เพื่อให้กลมกลืนไปกับนักท่องเที่ยวทั่วไป เจ้าของที่พักหรือโรงแรมเสี่ยงรับโทษหากไม่แจ้ง ตม. ให้ทราบถึงการเข้าพักของชาวต่างชาติ อาจเข้าข่ายให้ที่พักพิงผู้ต้องหา ซึ่งกระทบความปลอดภัยต่อประชาชน เจ้าหน้าที่ตำรวจ มีการตรวจสอบการเข้าพักอย่างต่อเนื่อง หากพบความผิดจะถูกเพิกถอนหนังสือเดินทางและผลักดันออกนอกราชอาณาจักรต่อไป”ช่องทางการติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม พ.ต.ท.เดชวุฒิ อุตรศาสตร์ สว.กก.1 บก.ป. โทรศัพท์.094 391 4940





