ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) รวบเครือข่ายตุ๋นเทรดทองคำ ‘พ่วง 2 หมายจับ’
สารภาพข้ามแดนไปสแกนหน้า ตึก 25 ชั้น ในปอยเปต

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) รวบเครือข่ายตุ๋นเทรดทองคำ ‘พ่วง 2 หมายจับ’สารภาพข้ามแดนไปสแกนหน้า ตึก 25 ชั้น ในปอยเปต

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์, พ.ต.อ.วิวัฒน์ จิตโสภากุล, พ.ต.อ.เอกนิรุจฒิ์ วันสิริภักดิ์, พ.ต.อ.ภัทราวุธ อ่อนช่วย รอง ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.วิญญู แจ่มใส ผกก.5 บก.ปปป.รรท.ผกก.3 บก.ปอศ., พ.ต.ท.ณธัชพงศ์ สินสิริยานนท์, พ.ต.ท.สุรโชค กังวานวาณิชย์, พ.ต.ท.ภาวัต เล็กธำรง และ พ.ต.ท.วรพจน์ ลลิตจิรกุล รอง ผกก.3 บก.ปอศ.เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ต.วชิรเชษฐ์ อัครธีระพงศ์ สว.กก.3 บก.ปอศ., ด.ต.ราชศักดิ์ ร่มไทร, และ ด.ต.อนุสรณ์ ปั้นกันอินทร์ ผบ.หมู่ กก.3 บก.ปอศ.ได้ร่วมกันจับกุมตัวผู้ต้องหา นายสมเกียรติ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ จ.13/2569 ลง 7 ม.ค.2569 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน, ร่วมกันกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน, เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากของตนโดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้องโดยประการที่รู้หรือควรจะรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดอาญาอื่นใด”สถานที่จับกุม บริเวณหน้าบ้านแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ หมู่ 8 ต.ฟากห้วย อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้วพฤติการณ์สืบเนื่องจาก เจ้าพนักงานตำรวจ กก.3 บก.ปอศ. ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาให้ทำการสืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ กรณี นายสมเกียรติ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี ซึ่งเป็นผู้ต้องหาที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการหลอกลงทุนเทรดหุ้นทองคำ โดยคนร้ายกลุ่มนี้ได้มีการแอบอ้างร้านทองชื่อ “AURORA” เสนอกำไรร้อยละ 20-30 ของเงินลงทุน เพื่อดึงดูดความสนใจจากเหยื่อ มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 4 ล้านบาท ก่อนพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดทั้งสิ้น จำนวน 50 ราย โดยเจ้าพนักงานตำรวจได้ดำเนินการสืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่ยังหลบหนี เพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างต่อเนื่อง ต่อมา สืบทราบว่าผู้ต้องหารายนี้ได้หลบหนีมาพักอาศัยอยู่ที่บริเวณ หมู่ 8 ต.ฟากห้วย อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว จึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ จนพบกับผู้ต้องหา และได้ทำการจับกุมผู้ต้องหาในที่สุด จากนั้นนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปอศ. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปสอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การภาคเสธ แต่ให้การยอมรับในข้อเท็จจริงว่า เมื่อประมาณปี 2566 ตนเองได้เปิดบัญชีและเดินทางข้ามแดนไปสแกนหน้าที่ ตึก 25 ชั้น ในเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา จริง โดยได้รับค่าจ้าง 12,000 บาท ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ขอประชาสัมพันธ์เตือนภัยประชาชน ไม่รับจ้าง ไม่สแกนหน้า ไม่เปิดบัญชีหรือซิมการ์ดให้ผู้อื่นใช้ เพราะข้อมูลใบหน้า บัญชีธนาคาร กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ และซิมการ์ดโทรศัพท์ อาจถูกนำไปใช้หลอกบุคคลอื่น เพื่อรับโอนเงินผิดกฎหมาย หรือฟอกเงิน แม้ไม่ได้เป็นผู้ลงมือหลอกเองก็อาจถูกดำเนินคดีได้ช่องทางการติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม พ.ต.ต.วชิรเชษฐ์ อัครธีระพงศ์ สว.กก.3 บก.ปอศ. โทรศัพท์ 0854408455“การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชนให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้างทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุดดังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น”

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *