ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) รวบหนุ่มรับจ้างเปิดบัญชีม้าแก๊งมิจฉาชีพปลอมบริษัทจัดหางาน หลอกไปทำงานญี่ปุ่น สูญเงินกว่า 2.96 แสนบาท

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) รวบหนุ่มรับจ้างเปิดบัญชีม้าแก๊งมิจฉาชีพปลอมบริษัทจัดหางาน หลอกไปทำงานญี่ปุ่น สูญเงินกว่า 2.96 แสนบาท

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ., พ.ต.อ.สุรพันธ์ มั่นคงดี, พ.ต.อ.วรศักดิ์ บัณฑิต, พ.ต.อ บุญลือ ผดุงถิ่น, พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ, พ.ต.อ.รัชภูมิ กุสุมาลย์ รอง ผบก.บก.ปพ., พ.ต.อ.ศตวรรษ บุญมี ผกก.1 บก.ปพ., พ.ต.ท.เอกพงษ์ ผูกพันธ์, พ.ต.ท.ณัฐพงศ์ ปัญญากาญจน์ และ พ.ต.ท.ณัฐกฤต กิ่งชัยภูมิ รอง ผกก.1 บก.ปพ.,เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย ร.ต.ต.วิฑูรย์ เกื้อสกุล รอง สว.(ป) กก.1 บก.ปพ. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปพ.ร่วมกันจับกุม นายกิตติพงษ์ฯ อายุ 25 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดภูเก็ต ที่ จ.906/2568 ลงวันที่ 19 กันยายน 2568 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากบัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ โดยมิได้เจตนาใช้เพื่อตน หรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้องโดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด, เป็นผู้สนับสนุนฉ้อโกงประชาชนเป็นผู้สนับสนุนโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน”และ หมายจับของศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ที่ จ.205/2568 วันที่ 8 สิงหาคม 2568 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์หรือบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยไม่ได้มีเจตนาใช้เพื่อตนเอง หรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง หรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้หรือยืมใช้หมายเลขโทรศัพท์สำหรับบริการเคลื่อนที่ของตน ทั้งนี้โดยประการที่รู้หรือควรจะรู้ว่าจะนำไปใช้การกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือความผิดอาญาอื่นใด และเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน และเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐานโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลหนึ่งบุคคลใด”สถานที่จับกุม บริเวณริมถนนกำแพงเพชร แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานครฯพฤติการณ์ ผู้เสียหายได้พบประกาศรับสมัครแรงงานไทยไปทำงานประเทศญี่ปุ่น ผ่านเฟซบุ๊กจึงติดต่อสอบถามรายละเอียด โดยกลุ่มมิจฉาชีพอ้างว่าเป็นตัวแทนบริษัทฯ ซึ่งประกอบธุรกิจจัดหางานพร้อมส่งข้อมูลการสมัคร และขั้นตอนการเดินทางไปทำงานในประเทศญี่ปุ่น ทำให้ผู้เสียหายเกิดความเชื่อถือและสมัครเดินทางไปทำงานพร้อมแฟนหนุ่ม ก่อนแจ้งให้ผู้เสียหายชำระค่าจองตำแหน่งงานคนละ 3,000 บาท ผู้เสียหายจึงโอนเงินจำนวน 2 ครั้ง รวม 6,000 บาท หลังจากนั้นกลุ่มมิจฉาชีพอ้างว่าผลตรวจสอบประวัติอาชญากรรม และผลตรวจสุขภาพผ่านเรียบร้อย แต่จำเป็นต้องชำระค่าดำเนินการเพิ่มเติม คนละ 30,000 บาท ผู้เสียหายโอนเพิ่มอีก รวม 60,000 บาท ต่อมากลุ่มมิจฉาชีพแจ้งว่าการดำเนินการขอวีซ่าผ่านแล้ว พร้อมส่งเอกสารในรูปแบบออนไลน์มาแสดง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือก่อนเรียกเก็บค่าดำเนินการเพิ่มเติมอีกคนละ 35,000 บาท ผู้เสียหายโอน รวม 70,000 บาท ยังไม่เพียงเท่านั้นยังอ้างว่าต้องสำรองค่าประกันสุขภาพ และประกันอุบัติเหตุ ตามข้อกำหนดของทางการญี่ปุ่น คนละ 30,000 บาท ผู้เสียหายจึงโอนเงินเพิ่มอีก 2 ครั้ง รวมเป็นเงิน 60,000 บาท ภายหลังกลุ่มมิจฉาชีพยังอ้างว่าผู้ที่จะเดินทางไปทำงานต่างประเทศจำเป็นต้องมีรายการเคลื่อนไหวทางบัญชีจำนวน 500,000 บาท เพื่อใช้ตรวจสอบฐานะทางการเงิน ผู้เสียหายแจ้งว่าไม่สามารถหาเงินได้ตามจำนวนดังกล่าว แต่สามารถจัดหาได้เพียง 100,000 บาท กลุ่มมิจฉาชีพจึงให้โอนเงินเข้าบัญชีที่กำหนด ซึ่งแฟนของผู้เสียหายได้โอนเงินจำนวน 100,000 บาท รวมมูลค่า 296,000 บาท หลังได้รับเงินแล้วกลับอ้างว่าผู้เสียหายดำเนินการผิดขั้นตอน เนื่องจากเอกสารบันทึกช่วยจำไม่ถูกต้อง เรียกร้องให้โอนเงินเพิ่มอีก 100,000 บาท เพื่อแก้ไขรายการ ผู้เสียหายเริ่มผิดสังเกตจึงแจ้งความประสงค์ขอยกเลิกการสมัคร และขอรับเงินคืน แต่กลับได้รับคำตอบว่าไม่สามารถยกเลิกได้ ก่อนที่กลุ่มมิจฉาชีพจะตัดการติดต่อทั้งหมดผู้เสียหายได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกับบริษัทจัดหางานตัวจริง จึงทราบว่าบริษัทไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการรับสมัครดังกล่าว และเชื่อว่ามีผู้ไม่หวังดีนำชื่อบริษัทไปแอบอ้าง เพื่อหลอกลวงประชาชนต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กก.1 บก.ปพ. ได้ทำการสืบสวนติดตามตัวผู้ต้องหาอย่างต่อเนื่องจนสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ในพื้นที่เขตจตุจักร กรุงเทพมหานครฯ และนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสภ.เมืองภูเก็ต เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปสอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยยอมรับว่าได้สมัครหางานผ่านกลุ่มเฟซบุ๊ก ก่อนมีผู้ชักชวนให้เดินทางไปเปิดบัญชีธนาคารในประเทศกัมพูชา แลกกับค่าจ้างจำนวน 20,000 บาท จากนั้นได้ส่งมอบบัญชีธนาคารพร้อมข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้กับผู้ว่าจ้างช่องทางการติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ส.ต.ท.สุเมธ จันทร์แก้ว โทร.062 – 6251143“การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชนให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้างทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุดดังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น”

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *