รมว.ทส. “สุชาติ” ลงพื้นที่จันทบุรี ลุยแก้ปมช้างป่า-ที่ดินทับซ้อน ชูระบบ AI เตือนภัย มุ่งเป้า “คนอยู่ได้ ช้างอยู่ได้ ป่าอยู่รอด”

รมว.ทส. “สุชาติ” ลงพื้นที่จันทบุรี ลุยแก้ปมช้างป่า-ที่ดินทับซ้อน ชูระบบ AI เตือนภัย มุ่งเป้า “คนอยู่ได้ ช้างอยู่ได้ ป่าอยู่รอด”🐘🟡🐘

วันนี้ (9 ส.ค. 69) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินทางลงพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว ต.ทรายขาว อ.สอยดาว จ.จันทบุรี เพื่อตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า โดยได้มอบถุงยังชีพจำนวน 10 ชุด แก่เจ้าหน้าที่ชุดเคลื่อนที่เร็วเฝ้าระวังและผลักดันช้างป่า พร้อมรับฟังรายงานความคืบหน้าการใช้ระบบเฝ้าระวังช้างป่าในพื้นที่ โดยมีนายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี พร้อมด้วยนายธวัชชัย นามสมุทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมให้การต้อนรับ แม้ปัจจุบันในพื้นที่ อ.สอยดาว และ อ.โป่งน้ำร้อน จะมีการจัดตั้งเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์อุทยานฯ และเครือข่ายเฝ้าระวังช้างป่ารวม 19 เครือข่าย เพื่อบรรเทาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่า แต่ปัญหาดังกล่าวยังคงมีความรุนแรงและซับซ้อนจนถึงขั้นมีผู้เสียชีวิต ทางกระทรวงฯ จึงได้ยกระดับมาตรการโดยนำเทคโนโลยีมาช่วยบริหารจัดการ มีการตั้งศูนย์ปฏิบัติการกลางด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เพื่อการแจ้งเตือนภัยชุมชน พร้อมติดตั้งกล้องตรวจจับ 30 จุดในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว รวมถึงการใช้ระบบ ATAK (Android Tactical Assault Kit) สำหรับวางแผนลาดตระเวนและสื่อสารแบบเรียลไทม์ ตลอดจนเปิดให้ประชาชนใช้งานแอปพลิเคชัน WISE AI Center เพื่อตั้งค่ารับการแจ้งเตือนล่วงหน้าเมื่อมีช้างป่าเดินผ่านเซ็นเซอร์เข้ามาในรัศมีที่กำหนด ต่อมา นายสุชาติ ได้เดินทางไปยังโรงเรียนสอยดาววิทยา เพื่อพบปะและรับฟังปัญหาจากประชาชนในพื้นที่ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีได้เป็นตัวแทนสะท้อนปัญหาสำคัญ โดยเฉพาะโครงการพัฒนาแหล่งน้ำที่ติดขัดปัญหาพื้นที่ทับซ้อนกับกรมป่าไม้ ซึ่งทางจังหวัดต้องการให้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) เร่งพิจารณาหาทางออกเพื่อให้โครงการเดินหน้าได้โดยเร็ว นอกจากนี้ยังมีการขอให้แก้ไขปัญหาช้างป่า เช่น การสร้างแหล่งน้ำและแหล่งอาหารในป่า ทำแนวรั้วกั้นเพื่อป้องกันช้างเข้าชุมชน การดูแลสวัสดิการของชุดผลักดันช้าง รวมถึงการปรับปรุงเกณฑ์การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทั้งด้านทรัพย์สินและชีวิตให้เหมาะสมยิ่งขึ้น🐘ด้านนายสุชาติ ได้กล่าวเน้นย้ำว่า จันทบุรีเผชิญกับปัญหาหลัก 4 ด้าน ได้แก่ ปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยในพื้นที่อุทยานฯ ปัญหาการจัดการทรัพยากรน้ำ ปัญหาภาระค่าใช้จ่ายจากมิเตอร์ไฟฟ้าชั่วคราว และปัญหาช้างป่าบุกรุก ซึ่งกระทรวงฯ จะเร่งบูรณาการแก้ไขโดยยึดความเดือดร้อนของประชาชนเป็นศูนย์กลาง พร้อมระบุทิ้งท้ายว่า การแก้ปัญหาต้องมองถึงคุณภาพชีวิตในระยะยาว ประชาชนต้องมีน้ำ มีที่ทำกิน และมีความปลอดภัย ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ธรรมชาติอย่างยั่งยืน“เราต้องหาจุดสมดุลให้ได้ คนอยู่ได้ ช้างอยู่ได้ และป่าอยู่รอด กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพร้อมทำงานร่วมกับประชาชน ชุมชน ท้องถิ่น และทุกหน่วยงาน เพื่อให้การแก้ปัญหาเกิดผลจริง ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และเดินหน้าไปพร้อมกับการรักษาผืนป่าและสัตว์ป่าให้คงอยู่อย่างยั่งยืน” นายสุชาติ กล่าวทิ้งท้าย

จรัล บรรยงคเสนา ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี พสิษฐ์ เขม้นเขตวิทย์ รายงาน ศูนย์รวมข่าวภาคตะวันออก

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *