
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ล็อกตัวบัญชีม้าตัวแสบ หนี 2 หมายจับ “หลอกลงทุน-คดียา” พบบัญชีโยงเหยื่อหลายพื้นที่ สูญกว่าครึ่งล้าน
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ., พ.ต.อ.สุรพันธ์ มั่นคงดี, พ.ต.อ.วรศักดิ์ บัณฑิต, พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น, พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ, พ.ต.อ.รัชภูมิ กุสุมาลย์ รอง ผบก.บก ปพ, พ.ต.อ.ศตวรรษ บุญมี ผกก.1 บก.ปพ., พ.ต.ท.เอกพงษ์ ผูกพันธ์, พ.ต.ท.ณัฐพงศ์ ปัญญากาญจน์, พ.ต.ท.ณัฐกฤต กิ่งชัยภูมิ รอง ผกก.1 บก.ปพ, เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.จตุพร ติกแก้ว สว.กก.1 บก.ปพ., ร.ต.ต.วิฑูรย์ เกื้อสกุล รอง สว.(ป).กก.1 บก.ปพ., ส.ต.อ.กฤษฏากรณ์ แก้วศรีพจน์, ส.ต.อ.อภิวัฒน์ วิมาเณ, ส.ต.อ.ชัยวัตร ธรรมวัตร, ส.ต.ท.วาฬุพงศ์ นักร้อง, ส.ต.ท.สหรัฐ อินธิแสน, ส.ต.ท.อภิสิทธิ์ โคตรมุงคุณ ผบ.หมู่ กก.1 บก.ปพ.ร่วมกันจับกุมตัว นายวิษณุฯ อายุ 32 ปีผู้ต้องหาตามหมายจับของ 1.ศาลจังหวัดพิษณุโลก ที่ 827/2568 วันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งต้องหาว่ากระทำผิดฐาน “เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงิน อิเล็กทรอนิกล์ของคน โดยมีได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง หรืออินยอมให้บุคคลอื่นใช้หรือยืมใช้ เลขหมายโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของตน ทั้งนี้โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทศในโลยี หรือความผิดทางอาญาอื่นใดและ สนับสนุนฉ้อโกง และโดยทุจริต หรือ โดยหลอกลวง นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือ ข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน”2.ศาลจังหวัดสระแก้ว ที่ 874/2568 วันที่ 25 สิงหาคม 2568 ซึ่งต้องหาว่ากระทำผิดฐาน “ความผิดต่อประมวลกฎหมายยาเสพติด (เมทฯ) ครอบครอง, เสพ”สถานที่จับกุม บริเวณริมถนนกำแพงเพชร6 แขวงสนามบิน เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานครพฤติการณ์ ก่อนเกิดเหตุ ผู้เสียหายได้เปิดเข้าใช้งานแอปพลิเคชันไลน์ของผู้เสียหาย พบผู้ใช้บัญชีไลน์ชื่อ “ติวเตอร์ฯ” (ของคนร้าย) ซึ่งได้ใช้อุบายชักชวนและหลอกลวงให้ผู้เสียหายโอนเงินมาร่วมลงทุนกับคนร้าย โดยอ้างว่าจะได้รับผลกำไรตอบแทนจากการช่วยผลักดันยอดขายและกระจายสินค้าในเว็บไซต์ ทั้งยังแจ้งว่าเมื่อโอนเงินเพิ่มทุนแล้วจะสามารถถอนเงินพร้อมกำไรคืนได้ผ่านทางบัญชีไลน์ดังกล่าว ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้โอนเงินจากบัญชีธนาคารของผู้เสียหายไปยังบัญชีธนาคารของผู้ต้องหาและพวก ดังนี้: โอนไปยังธนาคารกสิกรไทย ชื่อบัญชี นายวิษณุฯ (ผู้ต้องหา) เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2566 จำนวน 3 ครั้งโอนไปยังธนาคารกสิกรไทย ชื่อบัญชี นายอดิศักดิ์ฯ (ผู้ต้องหา) เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2566 จำนวน 6 ครั้งรวมเป็นเงินเสียหายกว่า 90,000 บาทภายหลังการโอนเงินดังกล่าว ในช่วงแรกผู้เสียหายได้รับเงินคืนมาเพียงเล็กน้อย ซึ่งเชื่อว่าเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือเพื่อหลอกลวงให้โอนเงินลงทุนเพิ่มขึ้น จากนั้นคนร้ายได้พยายามหลอกลวงให้ผู้เสียหายโอนเงินเพิ่มอีกจำนวน 80,000 บาท แต่ผู้เสียหายไม่ยินยอมโอนเงินให้อีก คนร้ายจึงขาดการติดต่อ และผู้เสียหายไม่ได้รับเงินลงทุนพร้อมผลตอบแทนคืนอีกเลย จึงเชื่อว่าตนถูกหลอกลวงทำให้ได้รับความเสียหาย จึงได้มาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เพื่อให้ดำเนินคดีกับคนร้ายรวมถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องตามกฎหมายจนกว่าคดีจะถึงที่สุด จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของพนักงานสอบสวน พบว่ามีเงินที่ได้จากการกระทำความผิดโอนเข้าบัญชีธนาคารที่มีชื่อผู้ต้องหาเป็นเจ้าของบัญชีจริง จึงเชื่อว่าผู้ต้องหาในฐานะเจ้าของบัญชีมีส่วนร่วม รู้เห็น หรือสนับสนุนในการกระทำความผิดในคดีนี้จากการสืบสวนเพิ่มเติม พบว่าบัญชีของนายวิษณุฯ (ผู้ต้องหา) ได้ถูกนำไปใช้ก่อเหตุในลักษณะเดียวกันในพื้นที่ สภ.ศรีนคร จ.สุโขทัย มีผู้เสียหายสูญเงินกว่า 542,599 บาทนอกจากนี้ นายวิษณุฯ (ผู้ต้องหา) ยังอยู่ระหว่างหลบหนีคดี “ความผิดต่อประมวลกฎหมายยาเสพติด (เมทแอมเฟตามีน) ครอบครอง, เสพ” ตามหมายจับของศาลจังหวัดสระแก้ว อีกจำนวน 1 หมายล่าสุด ชุดสืบสวน กก.1 บก.ปพ. สืบทราบว่า นายวิษณุฯ ได้หลบหนีมาอยู่ในพื้นที่แขวงสนามบิน เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร จึงนำกำลังเฝ้าสังเกตการณ์ จนพบบุคคลตำหนิรูปพรรณตรงตามหมายจับบริเวณริมถนนกำแพงเพชร6 แขวงสนามบิน เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่จึงเข้าแสดงตัว ซึ่งนายวิษณุฯ ยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริงและยังไม่เคยถูกจับกุมในคดีนี้มาก่อน เจ้าหน้าที่จึงแจ้งสิทธิ์ตามกฎหมาย พร้อมควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนท้องที่จับกุมเพื่อทำบันทึกการจับกุม และนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปสอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าได้รับการชักชวนให้ไปทำงานที่ปอยเปต รับค่าจ้างเดือนละ 12,000 บาท แต่มีเงื่อนไขว่าก่อนเดินทางต้องเปิดบัญชีเงินฝากไปด้วย จากนั้นได้เดินทางข้ามฝั่งผ่านช่องทางธรรมชาติ เมื่อไปถึงพบว่าตนถูกส่งไปอยู่กับกลุ่มคนที่ทำเว็บพนันออนไลน์ และถูกนำบัญชีไปใช้ในการฝากถอนเงิน อยู่ได้ไม่ถึง 1 เดือน ก็ถูกส่งตัวกลับประเทศไทย จึงทราบว่าตนถูกหลอกไปเป็นบัญชีม้าให้แก๊ง Call Center ฝั่งปอยเปต ทั้งนี้ ผู้ต้องหาได้ฝากเตือนผู้ที่คิดจะไปทำงานประเทศเพื่อนบ้านว่าอย่าหลงเชื่อ เนื่องจากส่วนใหญ่หากข้ามไปในลักษณะนี้มักโดนหลอกไปเป็นบัญชีม้าแน่นอนช่องทางการติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ส.ต.อ.กฤษฏากรณ์ แก้วศรีพจน์ ผบ.หมู่ กก.1 บก.ปพ. โทร. 062-5495707





