ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) รวบหนุ่มคลั่งยาบุกแทงรุ่นพี่บาดเจ็บแถมชิงเงินสด 3 หมื่น

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) รวบหนุ่มคลั่งยาบุกแทงรุ่นพี่บาดเจ็บแถมชิงเงินสด 3 หมื่น

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุปผาสุวรรณ ผบก.ป., พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว, พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์, พ.ต.อ.สุเทพ โตอิ้ม รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์ ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.พงษ์พิทักษ์ เหล็กชูชาติ, พ.ต.ท.รัฐมนตรี พันชูกลาง, พ.ต.ท.ณัฐดนัย สีแข่ไตร, พ.ต.ท.ศิษฏ์ พูลวงศ์ และ พ.ต.ท.พัฒนพงษ์ เสณีแสนเสนา รอง ผกก.3 บก.ป.เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ต.เอกสิทธิ์ อินทร์โท่โล่ สว.กก.3 บก.ป., ร.ต.อ.พีรวัส สีสอาด รอง สว.กก.3 บก.ป., ร.ต.อ.วิทยา สุทธิปัญโญ, ร.ต.ท.สุรศักดิ์ บุญเพ็ง, ร.ต.ท.มนตรี โสภัย, ร.ต.ท.ชโยธรณ์ ทองนาค รอง สว(ป.) กก.3 บก.ป. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปรามร่วมกันจับกุม นายประณตฯ อายุ 34 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่ 293/2569 ลงวันที่ 22 พฤษภาคม 2569ซึ่งต้องหาว่ากระทำผิดฐาน “พยายามฆ่าผู้อื่น,ชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยมีอาวุธโดยใช้ยานพหนะ ชิงทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืนโดยมีอาวุธเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ,บุกรุกเคหสถานผู้อื่นในเวลากลางคืนโดยมีอาวุธโดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย,พาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร , เสพยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมายและเป็นผู้กระทำผิดติดนิสัยขอใช้วิธีการเพื่อความปลอดภัยโดยการกักกัน”สถานที่จับกุม ร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่นพฤติการณ์ สืบเนื่องจากเมื่อต้นเดือนเมษายน 2568 เวลาประมาณ 04.20 น. ขณะผู้เสียหายพักผ่อนอยู่ที่บ้านพัก ต.หลักชัย อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา ได้ยินเสียงเรียกจากหน้าบ้าน จึงเดินไปเปิดประตู และพบกับผู้ต้องหา ซึ่งเคยเข้ามายืมเงินก่อนหน้านี้ แต่ยังไม่ทันพูดจาอะไร ผู้ต้องหาก็ใช้มีดที่ถือมา เดินปรี่เข้ามาแทงผู้เสียหายบริเวณศีรษะ บ่า และต้นแขน รวม 3 แผล จนได้รับบาดเจ็บ และพยายามวิ่งหนีตายออกมาจากบ้านเพื่อไปขอความช่วยเหลือจากครอบครัวที่พักอาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียง แต่ผู้ต้องหายังคงวิ่งไล่ติดตามทำร้าย จนไปถึงหน้าบ้านของแม่ผู้เสียหาย ก็ยังคงพยายามเข้าไปในบ้านโดยใช้เท้าถีบประตูและข่มขู่ว่าจะทำร้ายให้เสียชีวิต แต่พอได้ยินเสียงคนภายในบ้านโวยวายเรียกตำรวจ ผู้ต้องหาจึงรีบวิ่งหลบหนีออกไปภายหลัง ผู้เสียหายกลับจากการรักษาอาการบาดเจ็บ พบว่า เงินสดจำนวน 30,000 บาท ที่วางไว้ภายในบ้านสูญหาย โดยมั่นใจว่าเป็นฝีมือของผู้ต้องหา จึงเข้าแจ้งความดำเนินคดีต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมสืบทราบว่า ผู้ต้องหาหลบหนีออกจากพื้นที่ และไปทำงานอยู่ที่ร้านซ่อมรถจักรยานยนแห่งหนึ่ง ใน อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น จึงรายงานผู้บังคับบัญชาและวางแผนเข้าจับกุมเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 และควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ลาดบัวหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปสอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น นายประณตฯ ให้การว่า ก่อนจะไปก่อเหตุกับผู้เสียหายที่บ้านพัก ได้ขี่รถจักรยานยนต์ติดตามแฟนสาวของผู้เสียหายระหว่างที่เดินทางไปทำงาน จากนั้นผู้ต้องหาใช้เท้าถีบรถของแฟนสาวผู้เสียหายและมีปากเสียงกัน แล้วพยายามชิงโทรศัพท์จากแฟนสาวของผู้เสียหาย โดยใช้อาวุธมีดขู่จะแทง แต่แฟนสาวของผู้เสียหายวิ่งหลบหนีพร้อมกับร้องขอความช่วยเหลือได้ทัน ทำให้กลุ่มชาวบ้านที่อยู่บริเวณดังกล่าวช่วยกันวิ่งไล่ตามจับตัวผู้ต้องหา และควบคุมไว้ได้แล้วรอจนเจ้าหน้าที่ตำรวจมาจับกุมไป ซึ่งจากการตรวจปัสสาวะผู้ต้องหา พบสารเสพติดในร่างกาย ภายหลังผู้ต้องรับสารภาพว่า เสพยาบ้ามาก่อนก่อเหตุดังกล่าวช่องทางสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม พ.ต.ต.เอกสิทธิ์ อินทร์โทโล่ สว.กก.3 บก.ป. โทรศัพท์ 084 796 1848 “การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชนให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้างทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุดดังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น”

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *