ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) รวบผู้ต้องหาลวงเด็กสาวไปขืนใจ

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) รวบผู้ต้องหาลวงเด็กสาวไปขืนใจ

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ., พ.ต.อ.สุรพันธ์ มั่นคงดี รอง ผบก.ปพ., พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น รอง ผบก.ปพ., พ.ต.อ.ศิววงศ์ ดํารงสัจจ์ศิริ ผกก.3 บก.ปพ., พ.ต.ท.รัชพล ลิ้มติ้ว รอง ผกก.3 บก.ปพ., พ.ต.ท.คมเดช นธกิจไพศาล รอง ผกก.3 บก.ปพ., พ.ต.ท.ธรนัสมูลมานัส สว.กก.3 บก.ปพ.เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ร.ต.อ.ศักรินทร์ฯ รอง สว.กก.3 บก.ปพ. พร้อมด้วย ร.ต.อ.ศักรินทร์ บุญมากรอง สว.กก.3 บก.ปพ. พร้อมด้วย ด.ต.สยาม สุพรมอินทร์, ด.ต.อภิสิทธิ์ กองทอง, ส.ต.อ.ธนวัฒน์ ลาดกระโทก, ส.ต.อ.ธวัชชัย มูลติปฐม, ส.ต.อ.วัชระ เทียมทนงค์, ส.ต.อ.วรเมธ พึ่งสำโรง, ส.ต.ท.ฤทธิชัย สมตัว, ส.ต.ท.ณัฐพล ชุมศรี ผบ.หมู่ กก.3 บก.ปพ.ได้ร่วมกันจับกุม นายพิสิษฯ หรือพิสิฐ อายุ 48 ปี ตามหมายจับศาลอาญามีนบุรี ที่ 238/2566 ลงวันที่ 2 เดือนมีนาคม พุทธศักราช 2566 ซึ่งต้องหาว่ากระทำผิดฐาน “พราก พา กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปี เพื่อการอนาจารฯ” เพื่อปฏิบัติตามผลคำพิพากษา จำคุก 30 ปีสถานที่จับกุม บริเวณริมถนนสาธารณะ ซอยรามคำแหง 60 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานครพฤติการณ์ในคดี 27 มิ.ย.2562 นายพิสิฐฯ จำเลย ซึ่งมีอาชีพขี่วินจักรยานยนต์ ได้มารับ ด.ญ.ดาฯ(นามสมมุติ) อายุ 14 ปี บุตรสาว ผู้กล่าวหา โดยนายพิสิฐฯ(จำเลย) ได้หลอกล่อและพา ด.ญ.ดาฯ ไปที่ห้องไม่ทราบบ้านเลขที่ ก่อนจะก่อเหตุ หลังจากผู้กล่าวหาทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้น จึงมาร้องทุกข์ดำเนินคดีกับนายพิสิฐฯ ตามกฎหมาย เมื่อเข้าสู่กระบวนการศาลจำเลยได้รับการประกันตัวระหว่างพิจารณา หลังจากได้รับการประกันตัว จำเลยได้หลบหนีเรื่อยมา จนศาลมีคำพิพากษา และออกหมายจับจำเลย ต่อมา ชุดสืบสวน กองกำกับการ 3 กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้ทำการสืบสวนติดตามจำเลย นาน 2 ปี เนื่องจากจำเลยรู้ช่องทางการหลบหนีเป็นอย่างดี(ทราบภายหลังจากการสอบถามจำเลย) ชุดสืบสวนฯ ได้ทำการสืบสวนติดตามเบาะแสจำเลยเรื่อยมา จนทราบว่าหลบหนีไปขับวินมอไซค์ อยู่ในพื้นที่แขวงหัวหมาก จึงได้นำกำลังเข้าพื้นที่ เฝ้าสังเกตุการณ์ทั้งวันจนกระทั้งจำเลยปรากฎตัว กำลังจะขับมอไซค์หลบหนีชุดจับกุม จึงรีบเข้าทำการจับกุมตัวทันที และได้ควบคุมตัวส่งศาลอาญามีนบุรี เพื่อเข้าสู่กระบวนการศาล เพื่อบังคับโทษตามคำพิพากษา โดยศาลสั่งจำคุก 30 ปี ตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไปพฤติการณ์แห่งการจับกุม ได้รับแจ้งจากสายลับ(ขอสงวนนาม) สืบทราบว่า นายพิสิษฯ หรือพิสิฐ อายุ 48 ปี บุคคลตามหมายจับดังกล่าวฯ ได้อยู่บริเวณสถานที่จับกุมดังกล่าวข้างต้น เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ร่วมกันเดินทางไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงปรากฏว่า พบบุคคลมีรูปร่างลักษณะ ตำหนิรูปพรรณคล้ายกับ นายพิสิษฯ หรือพิสิฐ บุคคลตามหมายจับอยู่บริเวณสถานที่จับกุมดังกล่าว เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวเป็น เจ้าพนักงานตำรวจ พร้อมกับแสดงบัตรข้าราชการตำรวจ และแสดงหมายจับให้ นายพิสิษฯ หรือพิสิฐ ดูและอ่านข้อความที่ระบุในหมายจับพร้อมทั้งแจ้งข้อกล่าวหา และแจ้งสิทธิให้ผู้ถูกจับทราบว่า มีสิทธิที่จะไม่ให้การ หรือให้การก็ได้ และถ้อยคำของผู้ถูกจับนั้นอาจใช้เป็นพยานหลักฐานในการพิจารณาคดีได้ และผู้ถูกจับมีสิทธิที่จะพบ และปรึกษาทนายความ หรือผู้ซึ่งจะเป็นทนายความ ถ้าผู้ถูกจับประสงค์จะแจ้งให้ญาติ หรือผู้ซึ่งตนไว้วางใจทราบถึงการจับกุม สามารถดำเนินการได้โดยสะดวก และไม่เป็นการขัดขวางการจับ หรือการควบคุมผู้ถูกจับ หรือทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยแก่บุคคลหนึ่งบุคคลใด นายพิสิษฯ หรือพิสิฐ เข้าใจดีแล้วให้การรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกันกับบุคคลตามหมายจับฉบับนี้จริง และยังไม่เคยถูกจับตามหมายจับฉบับนี้มาก่อน ในชั้นจับกุมจำเลยขอให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จากนั้นจึงได้นำตัวส่งศาลอาญามีนบุรี ในวันเวลาทำการ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ได้ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565สอบถามคำให้การผู้ต้องหา/จำเลย เบื้องต้น รับสารภาพช่องทางการติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ส.ต.อ.วัชระ เทียมทนงค์ ผบ.หมู่ กก.3 บก.ปพ. ID LINE: 0849547691 โทร.0935795738 “การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชนให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้างทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุดดังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น”

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *