นศ.พยาบาล ม.ดัง กว่า 600 คนฮือชุมนุมทวงคำตอบปมปลดคณบดี จี้ผู้บริหารแจงปมเปลี่ยนคณบดีที่ไม่ใช่คนไทย หวั่นกระทบใบประกอบวิชาชีพ พร้อมร้องแก้ปัญหาหอพัก

ปทุมธานี นศ.พยาบาล ม.ดัง กว่า 600 คนฮือชุมนุมทวงคำตอบปมปลดคณบดี จี้ผู้บริหารแจงปมเปลี่ยนคณบดีที่ไม่ใช่คนไทย หวั่นกระทบใบประกอบวิชาชีพ พร้อมร้องแก้ปัญหาหอพัก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงสายของวันที่ 10 กันยายน 2569 ที่ห้องโถงชั้นล่าง มหาวิทยาลัยชินวัตร ต.บางเตย อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ได้มีกลุ่มนักศึกษาคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยชินวัตร กว่า 600 คน แต่งชุดดำมารวมตัวกันเรียกร้องความชัดเจนจากผู้บริหาร หลังเกิดการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งคณบดี หวั่นมีผลกระทบต่อการรับรองหลักสูตรและสิทธิสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ โดยทุกคนทราบว่าจะมีคณบดีคนใหม่ที่เป็นคนต่างชาติและขอให้รอง คณบดีท่านหนึ่ง ที่พูดจาไม่ดีกับกลุ่มนักศึกษา ออกมาแสดงความขอโทษ ขณะเดียวกันก็ได้มีการเรียกร้องสะท้อนถึงปัญหาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ในหอพัก เรื่องสาธารณูปโภค ทั้งลิฟต์ขัดข้องบ่อย น้ำประปามีสีขุ่นและระบบไฟฟ้าเกิดปัญหาบ่อยครั้ง ส่งผลให้นักศึกษาไม่ได้รับความสะดวกในการพักอาศัย จี้มหาวิทยาลัยเร่งแก้ไขและดูแลความปลอดภัยอย่างจริงจัง ซึ่งในการรวมตัวครั้งนี้ได้มี ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สายตรวจสภสามโคกเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาล ผู้นำ ท้องถิ่น กำนันผู้ใหญ่บ้านและ อส. มาคอยดูแลความสงบเรียบร้อย เบื้องต้น จากการสอบถาม นักศึกษาคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยชินวัตร ได้กล่าวว่า พวกตนเป็นนักศึกษา คณะ พยาบาลศาสตร์ ที่มา รวมตัวกันวันนี้ก็มีนักศึกษาระดับ ชั้นปีที่ 1-4 กว่า 600 คน เพื่อเรียกร้องให้ผู้บริหารมหาวิทยาลัย ช่วยชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์นวลใย พิศชาติ รองอธิการบดีและคณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ หลังสร้างความกังวลเกี่ยวกับอนาคตการศึกษา การรับรองหลักสูตรและสิทธิในการเข้าสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพพยาบาล นอกจากประเด็น ด้านการบริหารและการรับรองวิชาชีพแล้ว พวกตนยังขอให้ทางมหาวิทยาลัย สะท้อนปัญหาคุณภาพชีวิตภายในมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะ หอพักนักศึกษา ซึ่งเป็นสถานที่พักอาศัยของนักศึกษาจำนวนมาก โดยต้องการให้ผู้บริหารเร่งเข้ามาดูแลและแก้ไขปัญหาสาธารณูปโภคที่เกิดขึ้นภายในอาคารอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นระบบลิฟต์ของอาคารหอพัก ที่เกิดปัญหาขัดข้อง ทำให้นักศึกษาไม่ได้รับความสะดวกในการเดินทางขึ้น-ลงอาคาร โดยเฉพาะนักศึกษาที่พักอยู่ในชั้นสูง ขณะที่บางช่วงเวลาต้องรอใช้ลิฟต์เป็นเวลานาน สร้างความเดือดร้อนและเพิ่มความกังวลในเรื่องความปลอดภัย รวมทั้งปัญหาเกี่ยวกับ ระบบน้ำประปา ภายในหอพัก ซึ่งส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันของนักศึกษา ทั้งการอาบน้ำ ซักล้างและการใช้สาธารณูปโภคพื้นฐาน นักศึกษาจึงต้องการให้มหาวิทยาลัยตรวจสอบระบบประปาและแก้ไขปัญหาให้สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องและเพียงพอ ส่วนเรื่องระบบไฟฟ้า ก็เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่นักศึกษาต้องการให้ผู้บริหารเข้ามาดูแล หลังเกิดปัญหาภายในอาคาร ทำให้การใช้ชีวิตและการพักอาศัยไม่ได้รับความสะดวก จึงเรียกร้องให้มีการตรวจสอบระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์ต่าง ๆ อย่างละเอียด พร้อมวางมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำ นักศึกษายังระบุว่า หอพักถือเป็นสถานที่ที่นักศึกษาต้องใช้ชีวิตและพักอาศัยในแต่ละวัน จึงควรมีระบบสาธารณูปโภค ที่มีความพร้อมและปลอดภัย โดยเฉพาะนักศึกษาพยาบาลที่มีภาระด้านการเรียนและการฝึกปฏิบัติ ต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ในการศึกษาและฝึกงาน จึงต้องการสภาพแวดล้อมในการพักอาศัยที่เหมาะสมและไม่เพิ่มภาระให้กับนักศึกษา นอกจากนี้ ตัวแทนนักศึกษา ยังกล่าวอีกว่า พวกตนขอให้ผู้บริหารมหาวิทยาลัย ลงพื้นที่ตรวจสอบปัญหาหอพักด้วยตนเอง พร้อมรับฟังข้อร้องเรียนจากนักศึกษาโดยตรงและจัดทำแนวทางแก้ไขที่มีกรอบเวลาชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการซ่อมแซมลิฟต์ การปรับปรุงระบบน้ำประปา การตรวจสอบระบบไฟฟ้า ตลอดจนการดูแลระบบสาธารณูปโภคอื่น ๆ ภายในอาคาร สำหรับประเด็นการเปลี่ยนแปลงผู้บริหาร คณะนักศึกษา ยังคงเรียกร้องให้มหาวิทยาลัยชี้แจงเหตุผลและแนวทางการบริหารงานอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องการรับรองหลักสูตรและสิทธิในการสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพพยาบาล ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญต่ออนาคตของนักศึกษาทุกชั้นปี ขณะที่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์นวลใย ฯ กล่าวเปิดเผยว่า นักศึกษาพยาบาลของสถาบันมีสิทธิ์เข้าสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพจากสภาการพยาบาลและมีหนังสือรับรองจากสภาการพยาบาลเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมยืนยันว่า การดำเนินการด้านการรับรองจะเป็นไปตามขั้นตอนที่กำหนด อย่างไรก็ตาม นักศึกษายังคงต้องการให้มหาวิทยาลัย ออกคำชี้แจงอย่างเป็นทางการ เพื่อสร้างความมั่นใจทั้งในเรื่องการเรียน การฝึกปฏิบัติ การรับรองหลักสูตรและการเข้าสู่กระบวนการสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ โดยเฉพาะนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ซึ่งอยู่ในช่วงใกล้สำเร็จการศึกษาและกำลังเตรียมเข้าสู่การประกอบวิชาชีพ โดยตัวแทนนักศึกษา ยังย้ำว่า การรวมตัวครั้งนี้ไม่ได้มีเจตนาสร้างความวุ่นวาย แต่เป็นการใช้สิทธิเรียกร้องในฐานะนักศึกษา เพื่อขอให้มหาวิทยาลัยรับฟังปัญหาและเร่งแก้ไขอย่างจริงจัง ทั้งประเด็นด้านการบริหารคณะ สิทธิทางการศึกษา ตลอดจนปัญหาคุณภาพชีวิตภายในหอพัก สำหรับประเด็นที่สำคัญ อีกเรื่องคือ นักศึกษาทุกคน ต้องการ รองอธิการบดีท่านหนึ่ง ที่มีการพูดจาไม่ดีกับกลุ่มนักศึกษาพยาบาล โดยกลุ่มนักศึกษา ตะโกนเรียกร้องขอให้ รองอธิการบดีท่านนี้ออกมาชี้แจงหรือออกมากล่าวคำขอโทษกับกลุ่มนักศึกษา ถ้าไม่เช่นนั้นทุกคนก็จะรวมตัวกันอยู่บริเวณจุดแห่งนี้ ในเวลาต่อมา รองศาสดาจารย์ดอกเตอร์ รัฐบุรุษ คุ้มทรัพย์ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยชินวัตร ได้ออกมาชี้แจงถึงกระแสข่าวการเปลี่ยนตัวคณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ พร้อมโดยยืนยันว่า ไม่ได้เป็นการปลดฟ้าผ่า หรือให้ออกจากมหาวิทยาลัย แต่เป็นการปรับเปลี่ยนบทบาทให้ไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาและยังคงเป็นอาจารย์ประจำหลักสูตรตามปกติ โดยไม่มีการตัดเงินเดือนแต่อย่างใด ซึ่งการปรับเปลี่ยนครั้งนี้เนื่องจากคณบดีเคยเปรยว่า มีความเครียดจากการทำงาน ผู้บริหารจึงปรับบทบาทเพื่อลดความกดดัน ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงตามโครงสร้างการบริหารงานปกติและได้มีการพูดคุยกันล่วงหน้าแล้ว ยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อการเรียนการสอนของนักศึกษาสำหรับประเด็นความกังวลของนักศึกษาเรื่อง คุณสมบัติของคณบดีคนใหม่และการรับรองปริญญา รองอธิการบดีฯ ได้ให้ข้อเท็จจริงในประเด็นสำคัญคือ คณบดีคนใหม่ต้องเป็นคนไทย โดยปฏิเสธข่าวลือเรื่องการที่จะมีการแต่งตั้งชาวจีนมาเป็นคณบดี พร้อมขอยืนยันว่าตามเกณฑ์ของสถาบันและสภาการพยาบาล คณบดีต้องเป็นคนไทยเท่านั้น ซึ่งอยู่ระหว่างการคัดเลือกจากอาจารย์พยาบาลภายในคณะที่มีอยู่ราว 80–88 คน เพื่อความต่อเนื่องในการทำงาน ส่วนการรับรองหลักสูตรและเอกสารหลักสูตร ในการรับรองตามขั้นตอนอยู่แล้ว ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวบุคคล ส่วนการเซ็นอนุมัติเอกสาร หรือใบรับรองต่างๆ คณบดีคนใหม่สามารถลงนามต่อได้ทันทีหลังจากได้รับแต่งตั้งและได้แจ้งเรื่องไปยังกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)และสภาการพยาบาลตามขั้นตอน มหาวิทยาลัยขอยืนยันเพื่อให้นักศึกษามั่นใจว่า กระบวนการทั้งหมดเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน และสภาการพยาบาลให้การรับรองอย่างถูกต้องแน่นอน ผู้สื่อข่าว ยังรายงานอีกว่า การรวมตัวในครั้งนี้เริ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อช่วงเวลา 09.00 น. ของวันที่ 10 กันยายน 2569 จากนั้นได้มีการพูดคุยและเจรจากับกลุ่มนักศึกษาจนสามารถให้ข้อยุติและชี้แจงทำความเข้าใจ สร้างความพอใจให้กับกลุ่มนักศึกษา จึงได้แยกย้ายกันกับเข้าห้องเรียน เมื่อเวลาประมาณ 13.30 น. ถือเป็นการรวมตัวประท้วงโดยใช้เวลากว่า 4 ชั่วโมง

สมเกียรติ ทรัพย์เฉลิม บก.ข่าวภูมิภาค 0816235473

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *