มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดพิธีอัญเชิญพระแม่สรัสวตี ประดิษฐาน ณ เทวาลัย เชื่อมศรัทธา ปัญญา ฉลอง 36 ปี คณะมนุษยศาสตร์

พิษณุโลก มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดพิธีอัญเชิญพระแม่สรัสวตี ประดิษฐาน ณ เทวาลัย เชื่อมศรัทธา ปัญญา ฉลอง 36 ปี คณะมนุษยศาสตร์.คณะมนุษยศาสตร์

มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยชมรมศิษย์เก่าคณะมนุษยศาสตร์ ร่วมกับคณะมนุษยศาสตร์ จัดพิธีอัญเชิญและประดิษฐานองค์พระแม่สรัสวตี เทวีแห่งปัญญา ความรู้ ศิลปวิทยา และสรรพศาสตร์ ในวันศุกร์ที่ 18 กันยายน 2569 เวลา 08.30 – 12.00 น. ณ อาคาร 4 คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ในมิติของศาสนา ความเชื่อ ศิลปะ และวัฒนธรรม ตลอดจนสร้างพื้นที่แห่งศรัทธาและการเรียนรู้ที่หลอมรวมทุกศาสตร์ภายในคณะมนุษยศาสตร์ให้เป็นหนึ่งเดียว โดยองค์พระแม่สรัสวตีจะได้รับการประดิษฐาน ณ เทวาลัย หรือที่รู้จักกันในนาม “ป่าเวทมนตร์” เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งปัญญาและศิลปวิทยาของคณะมนุษยศาสตร์สืบไป.ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อรอุษา สุวรรณประเทศ คณบดีคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวว่า “พิธีในวันนี้มีความหมายมากกว่าการประดิษฐานประติมากรรม หากแต่เป็นการเชื่อมโยงเรื่องราวของปัญญา ศิลปวิทยา และการเรียนรู้เข้าไว้ด้วยกัน พระแม่สรัสวตีทรงเป็นชายาแห่งพระพรหม ได้รับการยกย่องเป็นเทวีแห่งความรู้ ปัญญา ศิลปวิทยา ภาษา ดนตรี และความคิดสร้างสรรค์ อันเป็นรากฐานของทุกภาควิชาในคณะมนุษยศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นภาษาและวรรณกรรม ดนตรี ศิลปะการแสดง คติชน ปรัชญา หรือภาษาศาสตร์ ล้วนหลอมรวมอยู่ในองค์พระแม่สรัสวตีอย่างครบถ้วน ลักษณะสำคัญขององค์เทวีคือการทรงถือเครื่องดนตรี “วีนา” สัญลักษณ์แห่งศิลปะดนตรีและความงดงามแห่งการสร้างสรรค์ ทรงถือคัมภีร์ สื่อถึงความรู้ ภาษา และการแสวงหาปัญญา อันสอดคล้องกับหัวใจของศาสตร์ทางมนุษยศาสตร์ทุกแขนง การจัดสร้างครั้งนี้จึงเป็นการเปลี่ยนบทบาทจาก “สิ่งศักดิ์สิทธิ์เชิงสัญลักษณ์” สู่ “สื่อแห่งการเรียนรู้และแรงบันดาลใจ” โดยมีจุดเด่นสำคัญคือการปรับเปลี่ยนจากการถือ “ลูกประคำ” ตามรูปแบบทั่วไป มาเป็น “สุวรรณภิงคาร” สัญลักษณ์ประจำคณะมนุษยศาสตร์ ซึ่งสื่อถึงความมั่งคั่ง ความเป็นสิริมงคล และความเป็นไทย สะท้อนการบรรจบกันของศรัทธาสากลและอัตลักษณ์ไทยผ่านศิลปะและปัญญาได้อย่างงดงาม”.ด้านคุณพงษ์เทพ เจริญไทย ประธานชมรมศิษย์เก่าคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวถึงความเป็นมาขององค์พระแม่สรัสวตีว่า “ประติมากรรมองค์นี้ จัดสร้างขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 36 ปี แห่งการสถาปนาคณะมนุษยศาสตร์ เพื่อร่วมสืบสานศรัทธาและสร้างสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจแก่ประชาคมคณะมนุษยศาสตร์ทุกยุคสมัย ทั้งยังสะท้อนความร่วมมืออันแน่นแฟ้นระหว่างคณะมนุษยศาสตร์ ศิษย์เก่า และประชาคมนิสิต ในการนำทุนทางศรัทธามาต่อยอดสู่การศึกษาและกิจกรรมสาธารณประโยชน์ โดยรายได้จากการร่วมสมทบทุนหลังหักค่าใช้จ่าย ชมรมศิษย์เก่าคณะมนุษยศาสตร์จะนำไปมอบเป็นทุนการศึกษาแก่นิสิตที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ต่อไป”.ภายในงานมีพิธีอัญเชิญพระแม่สรัสวตีประดิษฐาน ณ เทวาลัย พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา คณะผู้ประกอบพิธีประโคมสังข์ บัณเฑาะว์ และฆ้องชัย วงดนตรีปี่พาทย์ ภาควิชาดนตรี บรรเลงเพลง “มหาฤกษ์ – มหาชัย” และการแสดงรำบวงสรวงโดยภาควิชาศิลปะการแสดง คณะมนุษยศาสตร์ ซึ่งล้วนเป็นการแสดงพลังและความสามารถของแต่ละภาควิชาที่มารวมกันในพิธีศักดิ์สิทธิ์ครั้งนี้.พื้นที่ “เทวาลัย” ณ ป่าเวทมนตร์ จึงไม่ได้จำกัดบทบาทอยู่เพียงจุดสักการะ แต่จะพัฒนาเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงศรัทธา ศิลปวัฒนธรรม และประสบการณ์เข้าด้วยกัน การอัญเชิญองค์พระแม่สรัสวตีมาประดิษฐานจึงช่วยเพิ่มมิติจากพื้นที่ของ “การเรียนการสอน” สู่พื้นที่ของ “แรงบันดาลใจ” โดยนิสิตและผู้มาเยือนอาจเริ่มต้นจากการสักการะองค์เทวี แล้วเกิดคำถามเกี่ยวกับความหมายของวีนา คัมภีร์ หรือสุวรรณภิงคาร ซึ่งคำถามเหล่านี้จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ด้านภาษา ดนตรี ศิลปะ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด.นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของความร่วมมือในการนำศรัทธาและศิลปะมาหลอมรวมเป็นการเรียนรู้ พร้อมนำทุนทางปัญญาของคณะมนุษยศาสตร์มาต่อยอดสู่การพัฒนานิสิตอย่างยั่งยืน และเปิดพื้นที่ให้เทวาลัยแห่งนี้เป็นจุดเชื่อมโยงศรัทธา ความรู้ และผู้คน ให้เติบโตงอกงามอยู่คู่รั้วมหาวิทยาลัยนเรศวรตลอดไป

ธันย์ชนก ทองเพิ่ม รายงานข่าวพิษณุโลก

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *