
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) รวบพ่อเลี้ยงหื่น! ล่วงละเมิดลูกเลี้ยง ภัยร้ายใกล้ตัวที่ครอบครัวต้องระวัง
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผบก.ปพ., พ.ต.อ.สุรพันธ์ มั่นคงดี, พ.ต.อ.ทนงศักดิ์ ปันไชย, พ.ต.อ.รัชภูมิ กุสุมาลย์ รอง ผบก.ปพ., พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ., พ.ต.ท.เสรี บุญยะรัตน์, พ.ต.ท.วศิน พันปี รอง ผกก.4 บก.ปพ. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ., ส.ต.อ.สกลเกียรติ มากคิด, ส.ต.อ.เรวัต สุขสะอาด, ส.ต.อ.ทิวา นาหมื่น, ส.ต.อ.จตุรพล กำปั่น, ส.ต.ท.สุทธิพงษ์ ต๊ะประจำ, ส.ต.ท.ณรงค์วิทย์ พิมพ์กำเนิด, ส.ต.ท.นนธวัช ศิริเทพ ผบ.หมู่ กก.4 บก.ปพ. ร่วมกันจับกุม นายธันย์ธนวัชรฯ หรือวิทย์ อายุ 40 ปี ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “โดยปราศจากเหตุอันสมควรพรากเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแล เพื่อการอนาจาร, กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ,กระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม อันเป็นการ กระทำต่อผู้อยู่ภายใต้อำนาจด้วยประการอื่นใด” ตามหมายจับศาลจังหวัดราชบุรี ที่ จ.470/2569 ลงวันที่ 15 ตุลาคม 2569 สถานที่/วันเวลาจับกุม บริเวณริมถนนคลอง 7 ใกล้บริเวณหน้า ป สยาม เพชรสยาม ตำบลบึงคำพร้อย อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี พฤติการณ์ก่อนการจับกุม เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 01.00 น. นางสาวเอฯ อายุ 13 ปี (นามสมมุติ) ได้เข้านอนหลับพักผ่อนตามปกติภายในบ้านพัก โดยขณะนั้นมีเพียงตนและพ่อเลี้ยงอาศัยอยู่ภายในบ้าน ส่วนมารดาออกไปทำงานขับรถตามปกติ กระทั่งในช่วงกลางดึกขณะที่นางสาวเอฯ หลับอยู่ พ่อเลี้ยงได้เข้ามากระทำชำเราตนโดยขึ้นคร่อมร่างกายและใช้อวัยวะเพศสอดใส่เข้าไปในอวัยวะเพศของตนจนสำเร็จความใคร่ ภายหลังเกิดเหตุนางสาวเอฯได้พยายามหลบหนีออกจากบ้านทางด้านหลัง ก่อนเดินอ้อมไปยังบริเวณหน้าบ้านและพบป้าข้างบ้านซึ่งกำลังนึ่งข้าวอยู่ จึงขอความช่วยเหลือให้พาไปส่งยังบ้านเพื่อนเพื่อความปลอดภัย ต่อมาทราบว่าพ่อเลี้ยงได้ขับรถออกติดตามหาตน นางสาวเอฯ จึงตัดสินใจโทรศัพท์ติดต่อมารดาและเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟังทั้งหมด เมื่อมารดาทราบเรื่องจึงได้พานางสาวเอฯ เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีกับพ่อเลี้ยงตามกฎหมายต่อไป พฤติการณ์มิจฉาชีพ คนร้ายอาจอาศัยความใกล้ชิดและความไว้วางใจภายในครอบครัวเป็นช่องทางในการก่อเหตุ โดยฉวยโอกาสในช่วงที่เด็กอยู่ตามลำพังหรือไม่มีผู้ใหญ่คอยดูแล ใช้อำนาจหรือความสัมพันธ์ที่เหนือกว่าในการล่วงละเมิดทางเพศ บางรายอาจข่มขู่หรือกดดันไม่ให้ผู้เสียหายเปิดเผยเรื่องราว ทำให้เด็กเกิดความหวาดกลัวและไม่กล้าขอความช่วยเหลือ จึงเป็นภัยใกล้ตัวที่ผู้ปกครองไม่ควรมองข้าม และควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของเด็กเป็นอันดับแรกพฤติการณ์ในการจับกุม กล่าวคือก่อนทำการจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนและได้รับแจ้งว่านายธันย์ธนวัชรฯ หรือวิทย์ อายุ 40 ปี นั้นหลบหนีมาจากจังหวัดราชบุรี สืบสวนจนทราบว่าได้มาขับรถสิบล้อขนหินอยู่ที่จังหวัดสระบุรี จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้นและสั่งการให้ทำการสืบสวนจับกุมตามอำนาจหน้าที่ ต่อมาตามวันเวลาที่จับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้เดินทางไปสืบสวนหาข่าวบริเวณดังกล่าว พบบุคคลมีตำหนิรูปพรรณคล้ายผู้ต้องหาตามหมายจับ จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยการแสดงบัตรข้าราชการตำรวจเพื่อทำการตรวจสอบ จากการตรวจสอบทราบว่าบุคคลดังกล่าวชื่อนายธันย์ธนวัชรฯ โดยนำบัตรประจำตัวประชาชนมาตรวจสอบยืนยันพบว่ามีชื่อตรงกันกับบุคคลตามหมายจับและมีตำหนิรูปพรรณตรงตามหมายจับ สอบถามผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับฉบับนี้จริงและไม่เคยถูกจับในคดีนี้มาก่อน ผู้ต้องหาดูอย่างละเอียดจนทราบและเข้าใจดีแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิตามกฎหมายให้ผู้ถูกจับกุม/ผู้ต้องหา จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหามายัง กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ บก.ปพ. จัดทำบันทึกจับกุม และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านโปง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้นให้การว่า ตนได้คบหากับแม่ของเด็กมาประมาณ 2 ปี ชื่อนางสาวเฟิร์น อายุประมาณ 30 กว่า ตอนแรกตัวเด็กไม่ได้อยู่กับที่บ้าน ตนกับแฟนอยู่กัน 2 คน ต่อมาตัวเด็กได้ขอมาอยู่กับแม่ที่บ้านเช่า ก่อนหน้านี้ตัวเด็กได้มีแฟนอยู่แล้ว และชอบออกไปอยู่นอกบ้าน พยายามหาห้องเช่าเพื่อจะไปอยู่กับแฟน แต่แม่คอยห้ามไว้ ตัวเด็กน่าจะไม่พอใจที่ตนกับแม่ทะเลาะกันบ่อย อีกทั้งแม่จะไถ่เงินตนตลอด พอตนไม่มีเงินให้ก็จะหาเรื่องทะเลาะ คิดว่าน่าจะเป็นแม่ที่พยายามสร้างเรื่องเพื่อเรียกเงินจากตน ตนไม่ได้ทำอะไรตัวเด็กเลย และขอให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา จากการสืบสวนและซักถามคำให้การของผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากพฤติการณ์ที่ตัวเด็กให้การไว้ เป็นคนละเรื่องกับที่ผู้ต้องหาแจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมอย่างสิ้นเชิง เตือนภัย : ภัยอันตรายอาจเกิดขึ้นได้แม้ภายในบ้าน ซึ่งควรเป็นสถานที่ปลอดภัยที่สุด โดยผู้กระทำอาจเป็นบุคคลใกล้ชิดที่เด็กและครอบครัวไว้วางใจ อาศัยความใกล้ชิดและโอกาสในช่วงที่เด็กอยู่ตามลำพังหรือขณะหลับ ล่วงละเมิดทางเพศโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยและความรู้สึกของเด็ก อีกทั้งเด็กบางรายอาจหวาดกลัว ไม่กล้าบอกใคร หรือถูกข่มขู่จนต้องเก็บเรื่องราวไว้เพียงลำพัง จึงขอเตือนผู้ปกครองให้หมั่นสังเกตพฤติกรรมและความเปลี่ยนแปลงของบุตรหลาน สร้างความไว้วางใจให้เด็กกล้าพูดเมื่อรู้สึกไม่ปลอดภัย และย้ำให้รู้ว่า ไม่มีใครมีสิทธิ์แตะต้องหรือล่วงละเมิดร่างกายของเด็ก แม้บุคคลนั้นจะเป็นคนในครอบครัวก็ตาม หากพบเหตุหรือสงสัยว่ามีการล่วงละเมิด ควรรีบพาเด็กไปอยู่ในที่ปลอดภัย รับฟังโดยไม่ตำหนิ และแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อให้ความช่วยเหลือและดำเนินการตามกฎหมายโดยเร็ว





