
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) รวบสาวบัญชีม้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกตุ๋นเหยื่อสูญเงินนับแสน สารภาพขายบัญชีแค่ 500 บาท กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก.,พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป., พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา รอง ผบก.ป. และ พ.ต.อ.เผด็จ งามละม่อม รอง ผบก.ป.เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.ณรงค์ หาญสันเทียะ สว.กก.4 บก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจกก.4 บก.ป.ร่วมกันจับกุม น.ส.นราสินีฯ อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดลำพูน ที่ 570/2568 เลขคดีอาญา 1421/2568 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน1.เป็นผู้สนับสนุน โดยกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการช่วยเหลือ หรือให้ความสะดวกในการที่ผู้อื่นกระทำความผิดก่อน หรือขณะกระทำความผิดในความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ โดยลวงว่าเป็นเจ้าพนักงาน และโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น และร่วมกันเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ และข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะ และมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน กระทำการด้วยประการใด ๆ โดยมิชอบ เพื่อให้การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นถูกระงับ ชะลอ ขัดขวาง หรือรบกวนจนไม่สามารถทำงานตามปกติได้เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของผู้อื่นและร่วมกันใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่น โดยมิชอบในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และได้กระทำเกี่ยวกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้ออกได้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิใช้เพื่อใช้ประโยชน์ในการชำระค่าสินค้า ค่าบริการ หรือหนี้อื่นแทนการชำระด้วยเงินสด หรือใช้เบิกถอนเงินสด2.เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากบัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตนโดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตน หรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง หรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้ หรือยืมใช้หมายเลขโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของตน โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใดและตามหมายจับอื่น ๆ อีก 4 หมายจับ ดังนี้1.หมายจับศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ 475/2566 ลงวันที่ 22 พ.ย. 2566 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยแสดงตนเป็นคนอื่น และร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากของตน โดยประการที่รู้ หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด” เลขคดีอาญา 2018/25662.หมายจับศาลจังหวัดมหาสารคาม ที่ จ.448/2568 ลงวันที่ 3 ก.ย. 2568 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “เป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดฐานฉ้อโกง โดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่นและเป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดฐาน โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่บุคคลหนึ่งบุคคลใด และเปิดหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีเงินฝาก โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง โดยประการที่รู้ หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดอาญาอื่นใด” เลขคดีอาญา 46/25673.หมายจับศาลอาญา ที่ 3986/2567 ลงวันที่ 23 ส.ค. 2567 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันลักทรัพย์, ร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, ร่วมกันเข้าถึงโดยมิชอบ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะ และมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน, ร่วมกันทำให้เสียหาย ทำลาย แก้ไข เปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่น โดยมิชอบและเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์สินของผู้อื่น, ร่วมกันใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น หรือประชาชนและเป็นการกระทำเกี่ยวกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้ออกได้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิใช้ เพื่อประโยชน์ในการชำระค่าสินค้า ค่าบริการ หรือหนี้อื่นใดแทนการชำระด้วยเงินสด หรือใช้เบิกถอนเงินสด” “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันโดยทุจริต หรือหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่า จะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” เลขคดีอาญา 301/25664.หมายจับศาลแขวงเชียงใหม่ ที่ 670/2566 ลง 4 ก.ย. 66 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน“เสพเมทแอมเฟตามีน”สถานที่จับกุม พื้นที่ จ .ชลบุรีพฤติการณ์ สืบเนื่องจากได้มีผู้แอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ประกันสังคมติดต่อหาผู้เสียหาย แจ้งว่าให้ดำเนินการ กดเข้าลิงก์ในระบบของสำนักงานประกันสังคมที่ผู้แอบอ้างได้ส่ง เพื่อดำเนินการยันยันตัวตน ผู้เสียหายหลงเชื่อกดเข้าลิงก์ดังกล่าว ผู้แอบอ้างได้หลอกให้ผู้เสียหายคุยกับเจ้าหน้าที่ไปเรื่อย ๆ หลังจากวางสายแล้ว จึงทราบว่าลิงก์ที่กดเข้าไปนั้นเป็นลิงก์ที่ติดตั้งโปรแกรมควบคุมระบบ เมื่อไปตรวจสอบยอดเงินในแอปธนาคาร จึงทราบว่าได้มีเงินโอนออกจากบัญชีผู้เสียหายไปยังบัญชีผู้ต้องหา เป็นจำนวนเงินมากกว่า 700,000 บาทต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ป. ได้สืบสวนจนทราบว่า น.ส.นราสินีฯ ได้หลบหนีการจับกุมจากจ.เชียงใหม่ ไปพักอาศัยในพื้นที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงไปติดตามจับกุมตัวได้ที่ร้านล้างรถแห่งหนึ่งต.บางละมุง อ.บางละมุง จ.ชลบุรีจากการสอบถามผู้ต้องหาสารภาพว่า ได้ขายบัญชีให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้เงินจำนวน 500 บาท และจากการตรวจสอบยังพบหมายจับในลักษณะเดียวกันอีก 3 หมายจับ มีมูลค่าความเสียหายประมาณ 200,000 บาท รวมความเสียหายทั้งหมดประมาณ 900,000 บาท จากนั้นนำตัวผู้ต้องหาตามหมายจับ นำส่งพนักงานสอบสวน สอท.4 ณ กองบังคับการตำรวจสืบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 4 (ส่วนหน้าเชียงใหม่) ดำเนินคดีตามกฎหมาย สอบถามคำให้การผู้ต้องหาให้การ ปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เตือนภัย การรับจ้างเปิดบัญชี หรือการขาย “บัญชีม้า” ถือเป็นความผิดอาญาร้ายแรงตาม พ.ร.ก. มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีพ.ศ. 2566 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จึงขอเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อรับจ้างเปิดบัญชีโดยเด็ดขาดช่องทางการติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม พ.ต.ท.ณรงค์ หาญสันเทียะ สว.กก.4 บก.ป.โทร. 081 – 9391993“การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชนให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้างทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุดดังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น”





