
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ลากไส้แก๊งนรก จัดหาสาวค้าประเวณีข้ามชาติกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโลยี ( บก.ปอท.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผบก.ปอท., พ.ต.อ.วัชรพันธ์ ศิริพากย์, พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ, พ.ต.อ.พิเชษฐ์คำภีรานนท์ รอง ผบก.ปอท., พ.ต.อ.ชิษณุพงศ์ ไหวดี ผกก.3 บก.ปอท., พ.ต.ท.สัญญา นิลนพคุณ, พ.ต.ท.อิสรพงศ์ ทิพย์อาภากุล., พ.ต.ท.ชัยณรงค์ จอมเล็ก รอง ผกก.๓ บก.ปอท., พ.ต.ท.หญิงภาพิมล ชัยขันธ์ รอง ผกก.1ฯ ช่วยราชการกก.3 บก.ปอท.เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย ร.ต.อ.ชัยสิทธิ์ เขมกปสิทธิ รอง สว.กก.3 บก.ปอท., ร.ต.ท.ณัฐวุฒิ เศรษฐอัครเบญจา, ร.ต.ท.เพชรชรินทร์ ศรีเหมาะ รอง สว.(สอบสวน) กก.3 บก.ปอท. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ กก.3 บก.ปอท.ร่วมกันจับกุม1. MR.LEOWฯ อายุ 46 ปี สัญชาติสิงคโปร์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 5397/2569 ลงวันที่ 14 กันยายน 25692. น.ส.อาภาภรณ์ฯ อายุ 37 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 5398/2569 ลงวันที่ 14 กันยายน 25693. น.ส.นันทณีย์ฯ อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 5399/2569 ลงวันที่ 14 กันยายน 25694. นายพงศกรฯ อายุ 35 ปี (พนักงานสอบสวนเรียกมาพบเพื่อแจ้งข้อกล่าวหา)5. MR.AARONฯ อายุ 42 ปี สัญชาติสิงคโปร์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 6157/2569 ลงวันที่19 ตุลาคม 2569ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันเพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือพาไปเพื่อการอนาจารซึ่งหญิงแม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม, ร่วมกันช่วยเหลือ ให้ความสะดวก หรือคุ้มครอง รับประโยชน์ไม่ว่ารูปแบบใดจากการค้าประเวณีของผู้อื่นหรือจากผู้ซึ่งค้าประเวณี และร่วมกันจัดให้มีการค้าประเวณีระหว่างผู้ซึ่งค้าประเวณีกับผู้ใช้บริการ, ร่วมกันโฆษณา ชักชวน หรือแนะนำด้วยเอกสาร สิ่งพิมพ์ หรือกระทำให้แพร่หลายด้วยวิธีใดไปยังสาธารณะในลักษณะที่เห็นได้ว่าเป็นการเรียกร้องหรือการติดต่อเพื่อการค้าประเวณีของตนเองหรือผู้อื่น, ร่วมกันเป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือชักพาไปซึ่งบุคคลใดเพื่อให้บุคคลนั้นกระทำการค้าประเวณี แม้บุคคลนั้นจะยินยอมก็ตาม และไม่ว่าการกระทำต่าง ๆ อันประกอบเป็นความผิดนั้นจะได้กระทำภายในหรือนอกราชอาณาจักร และสมคบโดยการตกลงตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้สมคบกัน และร่วมกันฟอกเงิน และมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ”สถานที่จับกุม พื้นที่ จังหวัดระยอง และ จังหวัดพิษณุโลกพฤติการณ์ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ปอท. ได้รับการประสานข้อมูลจากหน่วยงาน Specialised Crime Branch กองสืบสวนอาชญากรรมสิงคโปร์ เกี่ยวกับเครือข่ายค้าประเวณีออนไลน์ที่จัดหาหญิงไทยไปทำงานค้าประเวณีในประเทศสิงคโปร์ ซึ่งหลบหนีมาพำนักอยู่ในประเทศไทย ตรวจสอบพบว่าเกี่ยวข้องกับเครือข่าย Lover’s Fortress ซึ่งใช้เว็บไซต์ชื่อ “7th Heaven” และ “7th Heaven 2” ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบว่ารายการเดินบัญชีมีการรับโอนเงินที่เกี่ยวข้องกับการค้าประเวณี จึงได้สืบสวนแกะรอยจนกระทั่งพบตัวอยู่ในพื้นที่จังหวัดระยอง จึงได้ขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาต่อศาลและได้จับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 รายจากการซักถามปากคำ MR.LEOWฯ ให้การรับว่าเป็นผู้จัดหาหญิงไทยไปขายบริการทางเพศในประเทศสิงคโปร์ตั้งแต่ปี 2562 และมีหุ้นส่วนผู้ร่วมขบวนการคือ MR.AARONฯ โดยขณะถูกจับกุมตนเองมีหญิงไทยในความดูแลประมาณ 6 คน ใช้ Telegram, LINE และ WhatsApp ในการโปรโมต รับงาน และติดต่อลูกค้า รวมถึงใช้บัญชีของ น.ส.นันทณีย์ฯ รับเงินและโอนต่อเข้าบัญชีตนเองจากการซักถามปากคำ น.ส.อาภาภรณ์ฯ ให้การรับว่าเป็นภรรยาของ MR.LEOWฯ ซึ่งประกอบอาชีพจัดทำร้านค้าออนไลน์ เพื่อหาลูกค้าให้หญิงไทยไปขายบริการทางเพศในประเทศสิงคโปร์ โดยตนมีหน้าที่ประสานงานกับเอเจนซี รวมถึงจัดการเรื่องตั๋วเครื่องบินและที่พักให้หญิงไทย และได้รับค่าคอมมิชชันจากส่วนต่างค่าใช้จ่ายดังกล่าวจากการซักถามปากคำ น.ส.นันทณีย์ฯ ให้การรับว่าได้ให้บัญชีของตนแก่ MR.LEOWฯ โดยไม่ได้รับค่าตอบแทนและไม่ทราบว่านำบัญชีไปใช้ในกิจการใด และปฏิเสธว่าไม่รู้จักและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายค้าประเวณีแต่อย่างใดจากการซักถามปากคำ นายพงศกรฯ ให้การรับว่าตนทำหน้าที่แอดมินคอยตอบลูกค้า และรับคำสั่งจากน.ส.อาภาภรณ์ฯ ในการตัดต่อรูปภาพหญิงสาวในเครือข่ายซึ่งจากการตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย สามารถตรวจยึดโทรศัพท์มือถือ 12 เครื่อง คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะและโน้ตบุ๊ก 3 เครื่อง สมุดบัญชีธนาคาร 14 เล่ม บัตร ATM 10 ใบ เงินสด 100,000 บาท และเครื่องประดับ รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ตรวจยึดเป็นเงินกว่า 350,000 บาทต่อมาได้ขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการ จนสามารถจับกุม MR.AARONฯ ซึ่งเป็นหุ้นส่วน และเป็นผู้ร่วมขบวนการกับ MR.LEOWฯ ได้เป็นรายที่ 4 ของคดี ในการจับกุมครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจยึดโทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง สมุดบัญชีธนาคาร 2 เล่ม และเครื่องประดับ เพื่อนำไปประกอบการตรวจสอบพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง โดยของกลางดังกล่าวเป็นรายการเพิ่มเติมจากของกลางที่ตรวจยึดได้ในการปฏิบัติการครั้งแรกช่องทางการติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม พ.ต.ท.ปกฉัตร สงวนแวว สว.กก.3 บก.ปอท. หมายเลขโทรศัพท์ 094-954-5998“การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชนให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้างทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุดดังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น”





