ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) รวบหนึ่งในขบวนการ ครอบครองรถหรูแลมโบกินี่เถื่อน “บาส บางแก้ว” หลังหมายจับใกล้หมดอายุความ

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) รวบหนึ่งในขบวนการ ครอบครองรถหรูแลมโบกินี่เถื่อน “บาส บางแก้ว” หลังหมายจับใกล้หมดอายุความ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป., พ.ต.อ.วิระชาญ ขุนไชยแก้ว รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์ รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.ธนวัฒน์ หิ้นยกฮิ่น ผกก.5 บก.ป. พ.ต.ท.สิทธิเกียรติ ศรีจันทร์, พ.ต.ท.ศิลป์ชัย ถวัลย์ภิยโย, พ.ต.ท.วาทิต จิตรจันทึก, พ.ต.ท.ศรัณย์ ศรีพักตร์, พ.ต.ท.พิทยา ธนาวุฒิ รอง ผกก.5 บก.ป., พ.ต.ท.ธนิสร หุ้ยเวชศาสตร์ สว.กก5 บก.ป.เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย ร.ต.อ.นนทกร นันทะน้อย รอง สว.(สอบสวน) กก.5 บก.ป. พร้อมข้าราชการตำรวจชุดปฏิบัติการ 4 กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปรามร่วมกันจับกุม นายสามารถฯ อายุ 41 ปีผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพิมาย ที่ 28/2565 ลงวันที่ 12 กรกฎาคม 2565ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับ จำนำ หรือรับไว้ด้วยประการใด ซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่ยังไม่ได้เสียค่าภาษี หรือของต้องจำกัด หรือของต้องห้าม หรือที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยยังมิได้ผ่านศุลกากรโดยถูกต้อง หรือเป็นของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร โดยหลีกเลี่ยงอากร ข้อจำกัด หรือข้อห้ามอันเกี่ยวแก่ของนั้น”สถานที่จับกุม บริเวณหน้าบ้านในพื้นที่ ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานีพฤติการณ์ เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2559 เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรพิมาย จ.นครราชสีมา ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่สรรพสามิต จ.นครราชสีมา ว่ามีรถยนต์สปอร์ตหรู ยี่ห้อแลมโบกีนี สีเขียวใบตอง ป้ายแดง หมายเลขทะเบียน พ 8888 กรุงเทพมหานคร ขับผ่านไปตามถนนสายพิมาย-จักราช ขอให้เรียกตรวจสอบรถยนต์ ซึ่งหลังได้รับแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรพิมายได้ออกตรวจสอบ เพื่อค้นหารถยนต์ต้องสงสัยคันดังกล่าว และพบรถยนต์คันนั้นจอดอยู่บริเวณด้านหน้าอุทยานประวัติศาสตร์ พิมาย เจ้าหน้าที่จึงเข้าไปทำการตรวจสอบ และพบชายแต่งกายดีทราบชื่อคือ นายพงษ์พจน์ฯ หรือบาส อายุ 32 ปี (อายุในขณะนั้น) นักร้องชื่อดังวงบางแก้ว โดยนายพงษ์พจน์ฯ ยอมรับว่าเป็นผู้ขับรถยนต์คันดังกล่าว แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ขอตรวจสอบเอกสารเกี่ยวกับรถ นายพงษ์พจน์ฯ ไม่สามารถนำเอกสารมาแสดงได้ โดยอ้างว่าเป็นรถยนต์ของเพื่อนที่ตนยืมมาขับ เจ้าหน้าที่จึงเชิญตัวไปสอบสวนที่สถานีตำรวจภูธรพิมาย พร้อมกับประสานเจ้าหน้าที่สรรพสามิตให้เดินทางไปตรวจสอบรถยนต์คันดังกล่าว ในเวลาต่อมา นายสามารถฯ อายุ 32 ปี (อายุในขณะนั้น) อ้างตัวเป็นเจ้าของรถ ได้นำเอกสารการครอบครองมาแสดง แต่เอกสารไม่ครบ โดยเฉพาะยังขาดเอกสารการนำเข้าจากศุลกากร และเอกสารการดัดแปลงสภาพรถ จึงได้แจ้งให้ผู้ครอบครองรถนำมาแสดงให้ครบภายใน 15 วัน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คืนรถให้กับผู้ครอบครอง เนื่องจากเห็นว่าผู้ครอบครองมีความน่าเชื่อถือ และมีที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง แต่ต่อมานายสามารถฯ ผู้ครอบครองไม่สามารถนำหลักฐานเกี่ยวกับรถมาแสดงให้ครบ จึงได้ถูกเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีตามกฎหมาย และถูกออกหมายจับซึ่งอีกไม่เกิน 2 เดือน หมายจับดังกล่าวจะขาดอายุความ ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม ได้ทำข้อมูลสืบสวนและติดตามผู้ต้องหา จนทราบว่าผู้ต้องหานี้ได้หลบหนีมา อยู่ในพื้นที่ ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี จึงได้ไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงพบผู้ต้องหาอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวจริง จึงควบคุมตัวนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.พิมาย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปเบื้องต้นสอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การปฎิเสธทุกข้อกล่าวหาลิงก์หรือข้อมูลเกี่ยวกับข่าวต้นเรื่อง https://www.matichon.co.th/local/news_64861

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *