ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) สนธิกำลังสกัดขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าว ซิ่งกระบะหลบหนีกว่า 20 กิโลเมตร ก่อนพุ่งชนรถตำรวจ

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) สนธิกำลังสกัดขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าว ซิ่งกระบะหลบหนีกว่า 20 กิโลเมตร ก่อนพุ่งชนรถตำรวจ

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก.,พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล., พ.ต.อ.สุขสวัสดิ์ คูสิทธิผล รอง ผบก.ทล.,พ.ต.อ.ธัช โพธิ์สุวรรณ ผกก.๑ บก., พ.ต.ท.สุเจต บุญคง รอง ผกก.1 บก.ทล.พ.ต.ท.ศิวกริช ดิษย์บุญรัตน์ รอง ผกก.1 บก.ทล. สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ส.ทล.4 กก.๑ บก.ทล.(นครสวรรค์-อุทัยธานี) นำโดย พ.ต.ท.วชิระ อัมฤทธิ์ สวญ.ส.ทล.4 กก.1 บก.ทล, พ.ต.ต.นราวิชญ์ เดชคง สว.ส.ทล.4 กก.1 บก.ทล., ร.ต.อ.ศดิศ รัตนวงศ์ รอง สว.ส.ทล.4 กก.1 บก.ทล. จ.ส.ต.นิรัญ สุขหล่อ , ส.ต.อ.นที สืบเทศ, ส.ต.อ.นารเมธ เข็มทอง , ส.ต.ท.โสรัฐ ภู่ระโหง ผบ.หมู่ ส.ทล.4 กก.1 บก.ทล. เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล.(พระนครศรีอยุธยา-ปทุมธานี-นนทบุรี) นำโดย พ.ต.ท.ศุภกร ตังคะประเสริฐ สวญ.ส.ทล.1 กก.1บก.ทล., ร.ต.อ.เชาวลิต สีดำ รอง สว.ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล. เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ส.ทล.3 กก.1 บก.ทล.(ลพบุรี) นำโดย ว่าที่ พ.ต.ท.เสฏฐวุฒิ ลี้เกษร สว.ส.ทล.3 กก.1 บก.ทล., จ.ส.ต.กิตตฐณัฏฐ์ รสฉ่ำ , ส.ต.อ.ก้องเกียรติ สีดำ , ส.ต.อ.จตุพนธ์ จันทร์วิโรจน์, ส.ต.ท.วิชิตพงศ์ ดีจริง ผบ.หมู่ ส.ทล.3 กก.1 บก.ทล. ร่วมกันจับกุม1. นายวรพล (สงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี สัญชาติไทย2. นายกี อายุ 21 ปี ไม่ทราบสัญชาติ3. นายเตง อ่าว อายุ 19 ปี ไม่ทราบสัญชาติ4. นายวัน คือ อายุ 30 ปี ไม่ทราบสัญชาติ5. นายหม่อง พง อายุ 24 ปี ไม่ทราบสัญชาติ6. นายล่า ยาว อายุ 32 ปี ไม่ทราบสัญชาติ7. นายหลู่ แซงกู้ อายุ 39 ปี ไม่ทราบสัญชาติ8. นางสาวเอพริ่ว อายุ 18 ปี ไม่ทราบสัญชาติ9. นางสาวนาน อายุ 30 ปี ไม่ทราบสัญชาติ10. นางสาวนานทุยอายุ 30 ปี ไม่ทราบสัญชาติ11. นางสาวนานชุยลี อายุ 23 ปี ไม่ทราบสัญชาติ12. นางสาวนานเตพริ่ว อายุ 18 ปี ไม่ทราบสัญชาติ13. นางสาวนางมู่ อายุ 23 ปี ไม่ทราบสัญชาติ14. นางสาวแสงยิ่ง อายุ 18 ปี ไม่ทราบสัญชาติ15. นางสาวแสงอุ๊ อายุ 18 ปี ไม่ทราบสัญชาติ16. นางสาวนุ อายุ 18 ปี ไม่ทราบสัญชาติ โดยกล่าวหาว่า นายวรพล ว่า “รู้ว่าคนต่างด้าวคนใดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมายให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม, ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย, ขัดคำสั่งเจ้าพนักงานฯ” และกล่าวหาผู้ต้องหาคนต่างด้าวทั้งหมด (ลำดับ2-16) ว่า “เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต”พร้อมด้วยของกลางมี 1.รถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สีเทา จำนวน 1 คัน 2.โทรศัพท์มือถือ จำนวน 2 เครื่อง สถานที่จับกุม ทล.3013 ต.หนองฉาง อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี ต่อเนื่อง กม.1 ทล.3221 ต.ดอนขวาง อ.เมืองอุทัยธานี จ.อุทัยธานี พฤติการณ์แห่งคดี ตำรวจทางหลวงบูรณาการกำลังสกัดจับขบวนการลักลอบลำเลียงแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้รวม 16 ราย ประกอบด้วยคนไทย 1 ราย และบุคคลต่างด้าวสัญชาติเมียนมา 15 ราย พร้อมตรวจยึดรถยนต์กระบะจำนวน 1 คัน และโทรศัพท์มือถือจำนวน 2 เครื่อง โดยก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ทล. ได้สืบทราบว่ามีการลักลอบลำเลียงแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี จึงประสานกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส.ทล.4 กก.1 บก.ทล., ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล. และ ส.ทล.3 กก.1 บก.ทล. ร่วมกันวางแผนสกัดจับบนเส้นทางต้องสงสัย โดยเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 03.10 น. เจ้าหน้าที่ได้ซุ่มวางกำลังบริเวณทางหลวงหมายเลข 3013 ตำบลหนองฉาง อำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี กระทั่งพบรถยนต์กระบะต้องสงสัยไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนด้านหน้า ขับผ่านมาด้วยความเร็วสูงและมีลักษณะบรรทุกน้ำหนักมากผิดปกติ จึงเริ่มติดตามเพื่อตรวจสอบต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งสัญญาณไฟกระพริบสีแดง ใช้สัญญาณเสียง และประกาศคำสั่งผ่านเครื่องขยายเสียงให้รถยนต์คันดังกล่าวหยุดเพื่อตรวจสอบ แต่ผู้ขับขี่กลับเร่งความเร็วหลบหนี ขับขี่เปลี่ยนช่องทางกะทันหันในเส้นทางที่มีประชาชนสัญจรจำนวนมาก เป็นลักษณะการขับรถโดยประมาทหวาดเสียว ไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น สร้างความตื่นตระหนกแก่ผู้ใช้รถใช้ถนนตลอดเส้นทางกว่า 20 กิโลเมตร ก่อนที่รถยนต์กระบะคันดังกล่าวจะขับชนรถวิทยุตรวจการณ์ของตำรวจทางหลวงได้รับความเสียหาย บริเวณกิโลเมตรที่ 1 ทางหลวงหมายเลข 3221 ตำบลดอนขวาง อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี และหยุดรถลงในที่สุดภายหลังรถหยุด เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบและเคาะเรียกผู้ขับขี่ให้เปิดประตูรถ แต่ผู้ขับขี่ไม่ยอมเปิด ใช้เวลาประมาณ 3–5 นาทีจึงยอมเปิดประตู เจ้าหน้าที่จึงเข้าควบคุมตัว ทราบชื่อภายหลังคือ นายวรพล พร้อมพบผู้ถูกจับที่ 2–16 นั่งโดยสารมาในห้องโดยสารและบริเวณท้ายกระบะ จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวทั้งหมดไปตรวจสอบเอกสารอย่างละเอียดที่ สภ.เมืองอุทัยธานี ภ.จว.อุทัยธานี ผลการตรวจสอบพบว่า ผู้ถูกจับที่ 2–16 ไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางแต่อย่างใด แต่ยอมรับว่าเป็นบุคคลสัญชาติเมียนมา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อกล่าวหาและนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุทัยธานี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ในชั้นจับกุม ผู้ถูกจับชาวไทยให้การรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างให้ไปรับบุคคลต่างด้าวจากบริเวณไร่อ้อยในพื้นที่อำเภอขาณุวรลักษบุรี จังหวัดกำแพงเพชร เพื่อนำไปส่งยังพื้นที่ตำบลหูช้าง อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี โดยได้รับค่าจ้างในอัตรา 1,000 บาทต่อบุคคลต่างด้าว 1 ราย ส่วนกลุ่มผู้ถูกจับสัญชาติเมียนมาให้การผ่านล่ามว่า ได้ลักลอบเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทยผ่านช่องทางธรรมชาติในพื้นที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ก่อนจะมีผู้นำพาเดินทางต่อโดยรถยนต์ เพื่อเข้ามาหางานทำภายในประเทศไทยต่อไป

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *