
ตม.สงขลา รวบหญิงวัย 50 ปี ยินยอมเปิดบัญชีม้า กลางด่านสะเดาแห่งใหม่ สนองนโยบาย พล.ต.ท.นพศิลป์ฯ ━━━━━━━━━━━━━
ตามนโยบายเร่งด่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ สตม. ดำเนินการตรวจสอบ คัดกรองบุคคลที่เดินทางเข้า-ออกราชอาณาจักรอย่างเข้มงวดพ.ต.อ.เจริญพงษ์ ขันติโล โฆษก บก.ตม.6 เปิดเผยว่า ภายใต้การสั่งการของ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.ศุภโชค หยงสตาร์ รอง ผบก.ตม.6 และ พ.ต.อ.สรธรรศจ์ เอี่ยมละออ ผกก.ตม.จว.สงขลา ได้สั่งการให้ด่านตรวจคนเข้าเมือง เพิ่มความเข้มงวดในการคัดกรองบุคคล ไม่ว่าจะเป็นคนต่างด้าวหรือคนไทย เพื่อป้องกันมิให้คนร้ายแอบแฝงเข้ามากระทำความผิด หรือคนไทยบางส่วนที่อาจจะกลายเป็นเครื่องมือในการกระทำความผิดในรูปแบบต่าง ๆ จนกระทั่งเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม.จว.สงขลา ได้จับกุมหญิงไทย อายุ 50 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดพิษณุโลก ที่ 1040/2569 ลงวันที่ 14 ตุลาคม 2569 ในคดีเกี่ยวกับการเปิดหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีเงินฝากโดยมิชอบ และเป็นผู้สนับสนุนในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ภายหลังระบบตรวจสอบข้อมูลบุคคลด้วยเทคโนโลยี ไบโอเมตริกซ์ (BIOMETRICS) แจ้งเตือนพบข้อมูลหมายจับ ขณะเข้ารับการตรวจหนังสือเดินทาง ณ ด่านตรวจคนเข้าเมืองสะเดาแห่งใหม่ ตำบลสำนักขาม อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลาเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเช้า โดยหญิงคนดังกล่าวเดินทางมายังช่องตรวจหนังสือเดินทาง อาคารผู้โดยสารขาเข้า เพื่อผ่านกระบวนการตรวจคนเข้าเมือง ระหว่างการตรวจสอบ ระบบ BIOMETRICS ได้แจ้งเตือนว่าบุคคลดังกล่าวมีข้อมูลหมายจับ เจ้าหน้าที่จึงนำตัวเข้าพบร้อยเวรขาเข้า เพื่อตรวจสอบรายละเอียดของหมายจับและยืนยันตัวบุคคล ก่อนประสานเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จากการตรวจสอบยืนยันพบว่า บุคคลดังกล่าวเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพิษณุโลก ในข้อหาเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยรู้หรือควรจะรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่น รวมถึงเป็นผู้สนับสนุนในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน จึงนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก จว.พิษณุโลก เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปการจับกุมครั้งนี้สะท้อนถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม. ในการตรวจคัดกรองอย่างเข้มงวด ประกอบกับประสิทธิภาพของระบบ BIOMETRICS ในการตรวจสอบและคัดกรองบุคคลที่เดินทางผ่านเข้า-ออกประเทศ โดยอาศัยการตรวจสอบข้อมูลและการประสานงานระหว่างหน่วยงาน เพื่อให้สามารถตรวจพบบุคคลตามหมายจับได้ตั้งแต่จุดผ่านแดน และนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามกฎหมายได้ในที่สุด สำหรับประชาชนที่พบเบาะแสหรือต้องการร้องเรียนเกี่ยวกับคนต่างด้าวกระทำผิดกฎหมาย สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่ สายด่วน 1178





